|

การสัมภาษณ์งาน ในมุมของผู้สัมภาษณ์

เห็นมาเยอะแล้วกับคำแนะนำ และเทคนิคต่างๆเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งานสำหรับผู้ที่กำลังมองหางานอยู่

วันนี้ผมมาเล่าให้ฟังในมุมของผู้สัมภาษณ์บ้าง

ผู้สัมภาษณ์หลายคนอาจไม่รู้ตัวถึงความสำคัญของตัวเองในการสัมภาษณ์

โดยเฉพาะปัจจุบันที่หัวหน้างานมีส่วนในการสัมภาษณ์งานมากขึ้น จากเดิมที่ส่วนใหญ่จะให้ฝ่ายบุคคลจัดการตั้งแต่ลงประกาศหางาน จนOn-boarding ก่อนส่งเข้าแผนกให้หัวหน้างาน

ผมจะอธิบายเป็น 2 ส่วน คือ

  1. ความสำคัญของการสัมภาษณ์งานต่อบริษัท และต่อตัวผู้สัมภาษณ์ และ
  2. สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ควรทำ
สำหรับเรื่องความสำคัญของการสัมภาษณ์งานต่อบริษัท คนส่วนใหญ่จะเข้าใจแค่หาคนมาเติมในส่วนที่ขาด (คนลาออก) กับเติมในส่วนที่เพิ่ม (ธุรกิจขยายตัว)
 
แต่จริงๆแล้วการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้คนที่เหมาะสม ไม่ใช่สักแต่ว่าได้คนเป็นกระบวนการที่สำคัญมาก(ถึงมากที่สุด) และผู้บริหารสูงสุดขององค์กรควรให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของการสัมภาษณ์และกระบวนการรับพนักงานใหม่ทั้งหมด
 
เพราะว่าคุณภาพขององค์กร = คุณภาพของพนักงาน
 
ถ้าคนที่เข้ามาไม่ใช่คนที่เหมาะ ทั้งพนักงานใหม่ และบริษัทก็จะเสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเสียเวลา ทรัพยากรต่างที่ลงทุนไป เสียขวัญของพนักงานปัจจุบัน และสุดท้ายก็ส่งผลถึงผลงานของบริษัทในที่สุด
 
สำหรับผู้สัมภาษณ์ ถามว่าจะได้อะไรจากการเสียเวลามาสัมภาษณ์?
 
นอกจากจะได้คนเพิ่มในองค์กร หรือแผนกตัวเองแล้ว  ผมมองว่าการสัมภาษณ์ทำให้เราได้…
  1. ทักษะในการอ่านคน จากคำถาม และเวลาที่มีจำกัด ซึ่งยิ่งมีประสบการณ์สัมภาษณ์มากขึ้น เราจะยิ่งเข้าใจสิ่งที่แฝงอยู่ในคำพูด หรือท่าทางที่อาจขัดแย้งกับสิ่งที่พูด
  2. เข้าใจคุณค่า(value) หรือสิ่งที่บริษัทมองหาในตัวพนักงานมากขึ้น เนื่องจากเราเป็นคนถือเกณฑ์ เราจะเข้าใจมากขึ้นว่าสิ่งที่บริษัทมองหาคืออะไร ซึ่งสามารถใช้ในการประเมินตัวเองได้ด้วยว่าเราใกล้เคียงมากน้อยแค่ไหน
  3. เข้าถึงเด็กรุ่นใหม่ๆมากขึ้น(in-touch with new generation) แม้ว่าเราอาจคิดว่าจบมาไม่นาน แต่ถ้าได้สัมภาษณ์เด็กที่เพิ่งจบมาตอนนี้จะเห็นถึงความแตกต่างของการใช้ชีวิตจากตัวอย่างที่ยกมา ซึ่งเราต้องทำงานกับเค้าด้วยในอนาคต การเข้าใจวิธีการคิด จะช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น
สำหรับสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ควรทำจากประสบการณ์ส่วนตัว…
  • อ่านข้อมูลของผู้มาสัมภาษณ์ก่อนสัมภาษณ์
  • ให้เกียรติผู้มาสัมภาษณ์ (มาตรงเวลา, ไม่พูดจาดูถูก, ไม่ใส่ใจคำตอบ, รับโทรศัพท์, ตอบอีเมล, ดูนาฬิกา เป็นต้น)
  • ทำให้ผู้มาสัมภาษณ์คลายความเครียดในช่วงแรกก่อนเริ่มสัมภาษณ์
  • ไม่ถามคำถามชี้นำ เพราะผู้มาสัมภาษณ์จะเดาได้ว่าเราอยากได้คำตอบแบบไหน
  • พูดให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น
  • ไม่แสดงความเห็นทั้งทางบวก หรือลบต่อคำตอบของผู้มาสัมภาษณ์
  • นำเสนอบริษัทตัวเอง แต่ไม่ใช่ชมเว่อร์
  • ขอบคุณผู้มาสัมภาษณ์ที่สนใจบริษัทและสละเวลามาสัมภาษณ์
อย่าลืมว่าคุณเป็นเสมือนหน้าตาของบริษัทที่ผู้มาสัมภาษณ์ติดต่อด้วย ทุกอย่างที่คุณทำจะถูกตีความว่าเป็นสิ่งที่พนักงานของบริษัททำ, ยอมรับได้, หรือเป็นวัฒนธรรมองค์กร
 
ใช้โอกาสนี้ให้ดีทึ่สุดเพื่อตัวคุณ และองค์กรของคุณ
 
อย่ายอมให้เรารับคนผิดเพราะแรงกดดันที่ต้องหาคนให้ได้ในเวลาที่จำกัด
 
ผมยืนยันว่าขาดคนดีกว่ารับคนผิดแน่นอน
 
โชคดีในการสัมภาษณ์ครับ

________________________________________________________________________________ ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • |

    วิธีช่วยให้คุณล้มเหลวได้บ่อยขึ้น (อย่างภูมิใจ)

    Failure is success in progress. – Albert Einstein ผมเคยมีความเชื่อว่าความสำเร็จเป็นสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับความล้มเหลว จึงพยายามหาวิธีหลีกเลี่ยงความผิดพลาด และล้มเหลวเท่าที่ทำได้ เพราะคิดว่าถ้าเราล้มเหลวแสดงว่าความสำเร็จยิ่งอยู่ห่างกับเราเหลือเกิน อาจทำให้ท้อแท้และถอดใจสู้ได้ แม้ตอนหลังจะรู้ว่า คนที่ประสบความสำเร็จทุกคนล้วนต้องผ่านความล้มเหลวนับครั้งไม่ถ้วนมาก่อน และถ้าเราเพิ่มจำนวนครั้งของความล้มเหลวจากความพยายาม (แต่ต้องเรียนรู้ที่จะไม่พลาดเพราะสาเหตุเดิมด้วยนะ) ยิ่งมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้เร็วยิ่งขึ้น  แต่ปัญหาของคนจำนวนไม่น้อยรวมทั้งผมด้วย คือ ทำอย่างไรถึงจะไม่รู้สึกแย่ หรือกลัวขึ้นเวลาต้องลองอะไรใหม่ๆนอกความคุ้นเคย (comfort zone) ของเรา เพื่อที่เราจะกล้าล้มเหลวได้ง่ายขึ้น และบ่อยขึ้น หลังจากลองมาหลายวิธี วิธีที่ผมคิดว่าได้ผลที่สุดสำหรับตัวเอง และใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ…

  • |

    4 คำตอบที่จะช่วยไม่ให้เราแก้ตัว(โดยไม่รู้ตัว)

      การแก้ตัวเป็นสิ่งที่ปกติมากๆสำหรับหลายๆคน ผมเองก็เคยเข้าใจผิดว่าสิ่งที่พูดเป็นการอธิบายเหตุผลในมุมมองของเรา ให้อีกฝ่ายเข้าใจ แล้วเราก็จะหงุดหงิดที่อีกฝ่ายบอกว่าเหตุผลที่เราอธิบายนั้น เป็นการแก้ตัว แต่พอเราเงียบก็กลายเป็นไม่ผิดอีก (เอ๊ จะเอายังไงกันแน่) วันก่อนได้อ่านหนังสือเจอเรื่องการฝึกนักเรียนทหารที่โรงเรียน West Point ของอเมริกา

  • The Learning Spiral: เพราะการเรียนรู้ไม่ใช่เส้นตรง

    You cannot absorb other people’s knowledge. You must create your own. – Klas Mellander ผมมีโอกาสไปร่วมงานสัมมนาโต๊ะกลมหัวข้อ “LEARN OR LOSE in the age of digital disruption” ซึ่งจัดโดย ENPEO ร่วมกับ OMEGAWORLDCLASS โดย highlight อยู่ที่คุณ Klas Mellander co-founder และ Chief Designer ของบริษัท Celemi จากสวีเดน ซึ่งผมรู้จักผลงานผ่าน Business Simulation Board Game มาหลายปี ถือได้ว่าเป็นกูรูด้าน Learning Design คนหนึ่งของโลก ในการสัมมนามีการพูดถึงการเรียนรู้ในโลกยุค Digital Disruption ที่ในด้านหนึ่ง คนทำงานก็มีเวลาน้อยลงสำหรับการเรียนรู้แบบ Formal Learning…

  • 3 วิธีเพิ่มความเฉียบคมทางธุรกิจ (Business Acumen)

    เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมคนที่ขึ้นเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรอย่าง CEO หรือ MD มักเป็นผู้บริหารที่โตขึ้นมาจากสายธุรกิจ เช่น สาย Sales หรือ Marketing หรือไม่ก็จากฝั่ง Finance หาได้น้อยรายที่จะข้ามจากฝั่ง support function อย่าง QA, IT, HR ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งขององค์กร ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการจะเป็นผู้บริหารองค์กรที่ดี นอกจากทักษะเฉพาะทางตามสายงานตัวเองซึ่งถือว่าเป็นพื้นฐานแล้ว การเข้าใจภาพรวมของธุรกิจ เข้าใจตัวเลขทางการเงินขององค์กรก็มีความสำคัญ ในการพาองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าได้ นี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ Business Acumen (อ่านเจอหลายคำแปล แต่ผมชอบคำว่า ความเฉียบคมทางธุรกิจ มากที่สุด) กลายเป็นทักษะหนึ่งที่หลายองค์กรพูดถึงและให้ความสำคัญมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนที่อยู่ในฝั่งธุรกิจโดยตรงจะได้เปรียบ เห็นภาพได้ง่ายหน่อย เพราะตรงกับงานที่ทำ ทั้งยอดขาย กิจกรรมต่าง ๆ ที่ส่งผลโดยตรงกับกำไรของบริษัท แต่ใช่ว่าคนที่อยู่ในแผนกสนับสนุน หรือ support function เช่น QA, IT, HR ก็ไม่ต้องน้อยใจว่าจะไม่มีโอกาสพัฒนาทักษะด้านนี้ซึ่งมีความสำคัญมากกับการก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหารองค์กรในอนาคต ผมขอแนะนำ 3 วิธีที่คุณสามารถเพิ่มความเฉียบคมทางธุรกิจของตัวคุณได้ โดยไม่ต้องง้อ training ที่ไหน 1. ทำความเข้าใจกระบวนการสำคัญหลัก…

  • What is an attitude and how to develop the positive one?

    ทัศนคติเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และประสบความสำเร็จ ผมเห็นVDO clip ข้างล่างจาก Facebook ของเพื่อนคนหนึ่งแล้วรู้สึกชอบมาก เพราะสามารถสรุปความหมายและความสำคัญของทัศนคติ รวมถึงวิธีการปรับทัศนคติที่ดีทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น ได้กระชับ ได้ใจความ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆด้วย เลยเอามาแบ่งปันกัน

  • การค้นหาตัวเองสำหรับนักศึกษา

      หนึ่งในคำถามที่ผมมักได้ยินน้อง ๆ ที่กำลังใกล้จบ หรือเพิ่งเรียนจบถามเพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าสู่ชีวิตจริงของโลกการทำงาน คือ จะทำงานอะไรดี หรือทำงานที่ไหนดี   ซึ่งอาจเป็นคำถามคุ้น ๆ ที่เคยถามก่อนเข้ามหาวิทยาลัยว่า จะเรียนอะไรดี   รู้สึกเดจาวู (Déjà vu) มั้ยครับ? ซึ่งคนที่จะตอบคำถามนี้ได้ ก็ไม่ใช่ใครนอกจากตัวเอง แต่ปัญหาคือเราไม่รู้จักตัวเองดีพอที่จะตอบคำถามนี้ คำถามที่น่าสนใจต่อมาคือ แล้วเราจะค้นหาตัวเองอย่างไรดีล่ะ? วันนี้ผมได้รับเชิญไปร่วมงาน Thai Networking Event 2016 ซึ่งจัดโดยสมาคมนักเรียนไทยในสิงคโปร์ ในฐานะหนึ่งในรุ่นพี่ที่ทำงานที่นี่มากว่า 2 ปี ระหว่างที่แนะนำตัวก็มีคำถามให้ผมแนะนำวิธีการค้นหาตัวเองให้น้อง ๆ นักศึกษาที่มาฟัง คิดว่าคำตอบของผมอาจเป็นประโยชน์กับคนอื่น เลยรีบกลับบ้านมาเขียนเก็บไว้ก่อนที่จะลืม …….. ทำไมต้องค้นหาตัวเอง?

2 Comments

  1. พี่่ชัชค่ะ ขอบคุณบทความดีดีค่ะ ^^
    แต่ถ้ากว่าเราจะหาคนมาทำงานในตำแหน่งที่ว่างนั้นนานมากก เช่น 4-6 เดือน มันจะมีปัญหากับพนักงานคนที่ต้องมาทำงานแทนตำแหน่งงานที่ว่างนั้น .. คนเก่าที่ต้องทำงานแทนก็จะคิดอยากลาออกเพราะว่าเวิคร์โหลด คนที่มีลักษณะตรงกับที่เราอยากได้นั้นบางทีมันหายากมากก แต่จุ๋มเองก็เข้าใจว่าเลือกคนผิดมันก็ไม่ดีทั้งพนักงานที่เรารับเข้ามาและบริษัทเองก็จะไม่ได้สิ่งที่ต้องการ หรือว่ากรณีเราอาจจำเป็นต้องเลือกคนที่ใกล้เคียงกับที่เรามองหาที่สุด?
    ปล.บางทีตอนสัมภาษณ์เราคิดว่าคนนี้เป็นคนที่ใช่ แต่พอมาทำงานจริงก็เจอบางครั้งที่ไม่เป็นอย่างที่เราคิดและต้องพัฒนาเขาทีลัง แต่พนักงานเองตัวเขาก็จะได้รับแรงกดดันจากการที่ไม่สามารถทำงานในระดับที่บริษัทคาดหวัง ..

    รบกวนพี่ชัชแนะนำด้วยค่ะ

    จุ๋ม ^^

  2. @Jum Jang: อันนี้เป็นปัญหาที่แทบทุกบริษัทกำลังปวดหัวอยู่ ระยะสั้นคงต้องขยายpoolให้ครอบคลุมมากขึ้น ระยะยาวแนะนำให้บริษัทสร้าง Brand Equity ที่คนข้างนอกอยากทำงานด้วย เพื่อช่วยดึงดูดคนเก่งมาทำงานกับเรา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *