หลักความจริงที่เราควรพิจารณาทุกวัน

วันนี้มาแนวธรรมะหน่อย

ได้อ่านเจอตอนบวช แล้วรู้สึกถูกใจมาก สำหรับหลักความจริงทั้ง 5 ข้อ ที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ สำหรับเตือนสติทุกคน

เพราะเป็นความจริงที่ต้องประสบทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน ไม่สามารถหลีกหนีไปได้

การพิจารณาหลักความจริืงทั้ง 5 ข้อ อยู่เนืองๆสม่ำเสมอทุกวันจะช่วยให้เรามีสติ อยู่บนความจริง และลดความหลงระเริง มัวเมาในชีวิต และดำเนินชีวิตอยู่บนความไม่ประมาทได้เป็นอย่างดี

พระพุทธองค์ได้ตรัสเรื่องนี้ไว้ว่า…
“ภิกษุทั้งหลาย ! เพื่อประโยชน์อะไร ทุกคนจึงควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า “เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้”

เพราะความมัวเมา ในความเป็นหนุ่มสาว มีอยู่แก่สัตว์ทั้งหลาย เป็นเหตุให้คนทำชั่วด้วยกาย วาจา และใจ เมื่อเขาพิจารณาอยู่เสมอ ๆ ย่อมละความมัวเมา หรือทำให้เบาบางลงได้

เพื่อประโยชน์อะไร ทุกคนจึงควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า “เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปได้”

เพราะความมัวเมาในความไม่มีโรค มีอยู่แก่สัตว์ทั้งหลายเป็นเหตุให้คนทำชั่วด้วยกาย วาจา และใจ เมื่อเขาพิจารณาอยู่เสมอ ๆ ย่อมละความมัวเมา ในความไม่มีโรค หรือทำให้เบาบางลงได้

เพื่อประโยชน์อะไร ทุกคนจึงควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า “เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่ล่วงพ้นความตายไปได้”

เพราะความมัวเมาในชีวิต มีอยู่แก่สัตว์ทั้งหลาย เป็นเหตุให้คนทำความชั่วด้วยกาย วาจา และใจ เมื่อเขาพิจารณาอยู่เสมอ ๆ ย่อมละความมัวเมาในชีวิต หรือทำให้เบาบางลงได้

เพื่อประโยชน์อะไร ทุกคนจึงควรพิจารณาเนือง ๆ ว่า “เราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น”

เพราะความพอใจ ความรักใครในของรัก มีอยู่แก่สัตว์ทั้งหลายเป็นเหตุให้คนทำชั่วด้วยกาย วาจา และใจ เมื่อเขาพิจารณาอยู่เสมอๆ ย่อมละความพอใจ ความรักใคร่ในของรักหรือทำให้เบาบางลงได้

เพื่อประโยชน์อะไร ทุกคนจึงควรพิจารณาเนือง ๆว่า “เรามีกรรมคือการกระทำเป็นของตน เป็นผู้รับมรดกกรรม มีกรรมเป็นที่เกิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่ง เราทำกรรมสิ่งใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม เราจะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น”

เพราะการทำความชั่วด้วยกาย วาจา และใจ มีอยู่แก่สัตว์ทั้ง เมื่อเขาพิจารณาอยู่เสมอๆ ย่อมละการกระทำความชั่ว หรือทำให้เบาบางลงได้.”

( ฐานสูตร ๒๒/๗๑)

Similar Posts

  • จำเป็นต้องมีผู้จัดการมั้ย? (Do Managers Matter?)

      เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมต้องมีหัวหน้า ผู้จัดการ ผู้บริหาร ในองค์กร? แล้วถ้าไม่มีผู้จัดการล่ะ องค์กรจะประสบความสำเร็จได้มั้ย? ถ้าคุณสงสัยเรื่องนี้ คุณก็ใจตรงกันกับผู้บริหารของ Google สมัยต้นปี 2000 ผู้บริหารของ Google ตั้งคำถามว่า ผู้จัดการมีความจำเป็นหรือมีนัยยะสำคัญกับการประสบความสำเร็จขององค์กรมั้ย? Do managers matter?   เพื่อตอบคำถามนี้ HR จึงตั้ง Project Oxygen และใช้เวลาเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลอีกหลายปี ก่อนจะสรุปว่า…

  • Thai Career Day

    เพราะการแข่งขันแย่งตัวคนเก่งไม่สามารถนั่งกระดิกเท้ารอให้เด็กๆมาสมัคร และเลือกเหมือนเมื่อก่อน เพราะทางเลือกของเด็กสมัยนี้มีมากมาย ไม่จำกัดเพียงบริษัทในประเทศ หรือแค่บริษัทยักษ์ใหญ่ เราคงจะได้เห็นบริษัทไทยเริ่มขยับตัวเข้าเด็กตั้งแต่ก่อนเรียนจบ เพื่อแนะนำบริษัทมากขึ้น เพื่อหาช้างเผือกไม่เพียงในประเทศ แต่ต่างประเทศโดยเฉพาะใน ASEAN ที่เป็นเป้าหมายระยะสั้นของบริษัทไทยที่ต้องการขยายความเป็นที่หนึ่งในระดับภูมิภาค แน่นอนว่าเป้าหมายของบริษัทไทย คือคนเก่งและเหมาะสมกับวัฒนธรรมบริษัท ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะเด็กนักเรียนไทยในต่างแดนเท่านั้น โจทย์ของบริษัทไทย และฝ่ายบุคคล คือจะทำยังไงให้บริษัทที่ใครๆในไทยก็รู้จัก และอยากทำงานด้วย ดูน่าสนใจ และดึงดูดกับเด็กต่างชาติที่ไม่รู้จักบริษัทของคุณเลย ถ้าไม่ติดงานด่วนอะไร ผมว่าจะแวะไปดูงานนี้ แล้วจะกลับมาเล่าบรรยากาศ และความพร้อมของบริษัทไทยในสายตานักเรียนต่างชาติให้ฟังนะครับ   ป.ล. งานนี้จัดโดย สมาคมนักเรียนไทยในสิงคโปร์ (รายละเอียด)  

  • เปลี่ยนนิยามความล้มเหลว

      ถ้าถามคนที่เคยตั้งเป้าหมาย ทั้งเรื่องงาน (ขอย้ายแผนก หางานใหม่ Project ที่น่าสนใจ) หรือเรื่องส่วนตัว (เก็บเงิน ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย) ว่าทำไมถึงยังไม่สำเร็จ เรามักจะได้ยินคำตอบอยู่ 2 ประเภท คือ 1. มีสารพัดข้ออ้างจนไม่ได้เริ่ม 2. เริ่มไปแล้วแต่เจอปัญหา ก็ท้อ คิดว่าคงไม่สำเร็จหรอก แล้วก็เลิกไป ผมเองก็เจอเองกับตัวหลายเรื่อง และหลายรอบในเรื่องเดิมๆด้วย บางเรื่องก็ลองแล้วก็ไม่สำเร็จจนจะถอดใจไม่ทำอยู่แล้ว แต่เชื่อมั้ยครับ ว่าถ้าเราเปลี่ยนมุมมองต่อปัญหา และความล้มเหลวนิดเดียว ภาพเปลี่ยนเลย มาดูกันทีละข้อ 1. มีสารพัดข้ออ้างจนไม่ได้เริ่ม คนส่วนมากไม่กล้าเริ่ม เพราะกลัวความล้มเหลว กลัวพลาด ซึ่งก็มีความจริงอยู่ไม่น้อย เพราะต่อให้เราจะทำตามแผนทุกอย่างที่วางไว้ ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่ล้มเหลว เพราะสารพัดปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ จริงที่เราควบคุมได้จริงๆคือ “สิ่งที่เราทำ”

  • แปลงความสงสัยเป็นจุดด้วย Info Sponging

    Stay hungry. Stay foolish. – Steve Jobs ผมเชื่อว่าทั้งสาวก และไม่ใช่สาวกของ Apple จำนวนไม่น้อยคุ้นเคยกับประโยคนี้ของท่านศาสดา Steve Jobs กันดี เป็นประโยคที่กระตุ้นให้เราไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ถามว่าเรียนรู้ไปเพื่ออะไร? ก็อาจจะตอบแบบเท่ๆได้ว่า เพื่อเอามาต่อจุด (connect the dots) เพื่อสร้างองค์ความรู้ หรือนวัตกรรมใหม่กับงาน หรือชีวิตของเราเอง You can’t connect the dots looking forward; you can only connect them looking backwards. So you have to trust that the dots will somehow connect in your future. – Steve Jobs…

  • |

    4 คำตอบที่จะช่วยไม่ให้เราแก้ตัว(โดยไม่รู้ตัว)

      การแก้ตัวเป็นสิ่งที่ปกติมากๆสำหรับหลายๆคน ผมเองก็เคยเข้าใจผิดว่าสิ่งที่พูดเป็นการอธิบายเหตุผลในมุมมองของเรา ให้อีกฝ่ายเข้าใจ แล้วเราก็จะหงุดหงิดที่อีกฝ่ายบอกว่าเหตุผลที่เราอธิบายนั้น เป็นการแก้ตัว แต่พอเราเงียบก็กลายเป็นไม่ผิดอีก (เอ๊ จะเอายังไงกันแน่) วันก่อนได้อ่านหนังสือเจอเรื่องการฝึกนักเรียนทหารที่โรงเรียน West Point ของอเมริกา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *