นิทานเรื่อง กบฟุ้งซ่าน…ข้างกำแพงวัด

หลายครั้งที่เคยนึกอิจฉาคนอื่น…

อยากเป็นอย่างนั้น อยากได้อย่างนี้เหมือนคนอื่น…

วันนี้อ่านเจอนิทานเรื่อง กบฟุ้งซ่าน…ข้างกำแพงวัด ในหนังสือพิมพ์ซึ่งเค้าก็บอกว่าเอามาจาก fwd mail อีกที – -”

จริงๆก็รู้สึกคุ้นๆว่าเคยอ่านที่ไหนมาแล้ว แต่ก็ขอเอามาลงไว้ใน blog ตัวเองเผื่อ วันไหนฟุ้งซ่านแบบเจ้ากบตัวนี้จะได้มาอ่านเตือนสติตัวเองดู…

กบฟุ้งซ่านตัวหนึ่งนั่งอยู่ข้างกำแพงวัด
ทุกเช้ามันเฝ้าดูพระออกเดินบิณฑบาตตั้งแต่เช้ามืด พอพระกลับมาถึงวัดเพื่อฉันเช้า…
กบ มันนึกอยู่ในใจ อยากเกิดเป็นพระ เป็นพระสบายดี มีคนถวายอาหารให้กินทุกวัน…
เมื่อพระฉันเสร็จ ก็นำอาหารที่เหลือมากมายนั้นไปให้เด็กวัดกินต่อ
แล้วเด็กวัดก็กินกันอย่าง เอร็ดอร่อย…
ตอนนี้ กบเปลี่ยนใจ อยากเกิดเป็นเด็กวัดแล้ว เพราะ สบายกว่าพระ
มันเห็นเด็กวัดหลายคนตื่นสายได้และไม่ต้องออกตามพระไปบิณฑบาตก็ได้สบายกว่าเยอะเลย…
เมื่อเด็กวัดกินเสร็จก็โกยเศษอาหารที่เหลือทั้งหมดให้หมาวัดไปกินแล้วเด็กวัดทุกคนก็ไปช่วยกันล้างจาน…
ถึงตอนนี้ กบเปลี่ยนใจ อยากเกิดเป็นหมาวัดแล้ว เพราะไม่ต้องล้างจานเหมือนเด็กวัด สบายกว่า…
พอหมาวัดกินอาหารเสร็จก็แยกย้ายไปทำหน้าที่เฝ้าบริเวณวัดคอยเห่าคนแปลกหน้า… ฝูงแมลงวันก็บินมาตอมและกินเศษอาหารต่อจากหมาวัด…
ถึงตอนนี้ กบเปลี่ยนใจ (อีกแล้ว) อยากเกิดเป็นแมลงวัน เพราะสบายที่สุดไม่ต้องทำอะไรเลย หนำซ้ำ ยังมีกองอาหารให้กินไม่มีหมดด้วย…
ขณะที่เจ้ากบฟุ้งซ่านกำลังคิดเพลินๆ อยู่นั้น พอดีหันมาเห็นแมลงวันบินมาใกล้ๆ
จึงให้ลิ้นตวัดเอาแมลงวัน เข้าปากตัวเองกินโดยสัญชาตญาณ…
ถึงตอนนี้ กบฟุ้งซ่านจึงบรรลุธรรมฉับพลัน (Sudden knowledge)
คิดได้ว่า เอ้อ เป็นตัวของเราเองนี่แหละ ดี่ที่สุดเลย (The best to be yourself)
จงเชื่อมั่นในตัวเอง (Be yourself)

หวังว่านิทานเรื่องนี้คงจะช่วยเตือนสติได้ในยามที่เราอาจจะฟุ้งซ่าน อยากรวยเหมือนคนนั้น อยากเก่งเหมือนคนนี้ ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ…

Similar Posts

  • one big goal per year – เคล็ดลับภาษาจีนของ Mark Zuckerberg

    [youtube id=”S5qXkPNk5cA” height=”353″ width=”574″ marginbottom=”15″] วันก่อนเห็นคนแชร์คลิปที่ Mark Zuckerberg พูดภาษาจีนในช่วง Q&A ที่มหาวิทยาลัย Tsinghua ตอนแรกนึกว่าจะเป็นการพูดสวัสดี แนะนำตัว นิดๆหน่อยๆแบบที่คนต่างชาติทำเพื่อซื้อใจคนจีน ที่ไหนได้ พี่แกพูดภาษาจีนตลอดช่วง Q&A เกือบครึ่งชั่วโมง แถมมีปล่อยมุกเรียกเสียงหัวเราะด้วย ต้องบอกตรงๆว่า WOW เหนือความคาดหมายจริงๆ ในฐานะที่ผมเคยเรียนภาษาจีนมาก่อน พอฟังออกระดับนึงยังอดทึ่งไม่ได้ ถึงความพยายามจนสามารถพูดโต้ตอบได้ระดับนี้ เลยไปหาข้อมูลดู ถึงรู้ว่าจริงๆแล้วการฝึกภาษาจีนของ Mark เป็นส่วนหนึ่งของ one big goal per year ที่เขาตั้งใจเป็น personal challenge ในปี 2010 1 ปีตั้งเป้าหมายอย่างเดียว แล้วทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเป้าหมายของ Mark Zuckerberg ในปีที่ผ่านๆมา เช่น 2009 : ใส่เนคไทด์ไปทำงานทุกวัน 2010 : ฝึกภาษาจีน 2011…

  • |

    ทำยังไง กับ ต้องเป็นยังไง?

    วันนี้บังเอิญไปเจอคลิปใน YouTube ของ อ.ชัชชัย ตั้งธรรม แห่ง Access ผ่าน Twitter @Chachchy โดยบังเอิญอีกเช่นกัน จริงๆผมก็เป็นเคยหนึ่งในลูกศิษย์ของอ.ชัชชัย สมัยเรียน ม.4 ยังจำได้ว่าหลังเลิกเรียนก็ออกประตูหลังตึกคุณหญิงหรั่ง ลัดเลาะผ่านคณะสัตวแพทย์ มาแวะทานข้างที่โรงอาหารเภสัช ก่อนเดินไปเรียนที่สยาม ก่อนที่จะกลายเป็นโพสระลึกถึงความหลัง 10+ ปี ไปมากกว่านี้ กลับมาที่เรื่องของเราดีกว่า ^^” ในคลิปนี้อ.ชัชชัย พูดถึงวิธีการคิดจากคำถามที่ว่า ร้อยล้านทำได้จริงเหรอ? ซึ่งเงินร้อยล้านก็เปรียบเสมือน 1 ในเป้าหมายที่เราต้องการ เป้าหมายเราอาจจะเป็น จบปริญญาเอก, มีแฟนสวย/หล่อ, มีบ้านสวยๆ รถเท่ๆ เป็นต้น   ไอเดียนึงที่ผมได้จากการดูคลิปนี้คือ มุมมอง และกรอบในการคิด เพื่อไปถึงเป้าหมาย คนส่วนใหญ่รู้ว่าเป้าหมายคืออะไร ก็จะหาวิธี “ทำยังไง” ให้ได้ตามเป้าหมาย โดยมองจากกรอบของเราเป็นที่ตั้ง และกรอบนี้เองที่จะปิดกั้นไม่เราไปถึงเป้าหมายที่เราหวัง จึงไม่น่าแปลกใจที่ บางครั้งเราไม่เข้าใจ ความคิด หรือการกระทำบางอย่างของคนที่ประสบความสำเร็จ ในทางกลับกัน… ถ้าเราเข้าใจว่าวิธีการคิด หรือสิ่งที่คนที่ประสบความสำเร็จทำคืออะไร ซึ่งในที่นี้ อ.ชัชชัย…

  • 5 นิสัยสร้างความสุขต้อนรับปีใหม่

    ปีใหม่ทุกปีเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง เตรียมพร้อมรับสิ่งดีๆต้อนรับสิ่งปีใหม่ ช่วงนี้หลายคนคงได้รับคำอวยพรในรูปแบบต่างๆ ทั้งการ์ดอวยพร, e-mail, หรือแม้แต่ข้อความอวยพรเก๋ๆใน LINE เพื่อส่งความสุขให้แก่กัน พูดถึงความสุข เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ใครๆก็อยากมี แต่แทนที่จะอวยพรส่งความสุขเหมือนคนอื่น ผมขอส่งความสุขด้วยการแนะนำ 5 นิสัยสร้างความสุข (Happy habits) จาก Shawn Achor ผู้แต่งหนังสือ The Happiness Advantage: The Seven Principles of Positive Psychology That Fuel Success and Performance at Work ซึ่ง Shawn บอกว่า เพียงทำติดต่อกัน 21 วัน หรือ 3 อาทิตย์ จนเป็นนิสัยคุณจะมีความสุขเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน ทุกเช้า เขียน 3 อย่างที่เรารู้สึกอยากขอบคุณ จะขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่ที่คอยดูแล ขอบคุณแมวที่นอนข้างกัน หรือขอบคุณที่ตื่นมายังมีลมหายใจก็ได้ แต่ต้องคิดใหม่ทุกวัน อย่าซ้ำเดิม ใช้เวลา…

  • ถ้าลูกน้องขอลา 2 อาทิตย์ ตั้งแต่ยังไม่ผ่านโปร คุณจะ?

    ถ้ามีลูกน้องมาขอลาไปต่างประเทศ 2 อาทิตย์ ตั้งแต่ยังไม่ผ่านโปร คุณจะทำยังไง? แล้วถ้าเขาบอกและขออนุญาตตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์งานล่ะ? หลายคนอาจนึกว่า… “ไม่รอดแน่ ไม่ต้องเสียเวลา เรียกคนอื่นมาสัมภาษณ์ต่อดีกว่า” “นายคนนี้ช่างกล้ายิ่งนัก ไม่รู้ว่าช่วงโปรพนักงานไม่มีวันหยุดพักร้อนเหรอ” “จะลาป่วยยังไม่ค่อยกล้าเลย เดี๋ยวโดนหมายหัว” หรือ “อย่าว่าแต่ยังไม่ผ่านโปรเลย พี่ทำงานมาจะ 10 ปีแล้วยังไม่กล้าคิดจะลานานขนาดนี้เลย” ว่าแต่ ถ้าคุณเป็นหัวหน้าของพนักงานคนนี้ คุณจะอนุญาตมั้ย?

  • ผู้นำกับกัปตันเรือ

    คุณคิดว่า ผู้นำที่ดีในทีมควรเป็นอย่างไร? วันนี้ผมมีโอกาสได้คุยกับหัวหน้าเรื่องนี้ หัวหน้าตอบได้ประทับใจมากเลยขอเก็บมาเล่าแบ่งปันต่อนะครับ หัวหน้าบอกว่า ผู้นำที่ดีในทีมควรเป็นเหมือน กัปตันเรือ กัปตัน เป็นคนกำหนด และตัดสินใจว่าจะพาเรือไปในทิศทางไหน คนในเรือเห็นอะไร หรือได้ข้อมูลอะไรที่คิดว่ากัปตันไม่เห็น หรืออาจทำให้ตัดสินใจผิด ก็ที่หน้าที่บอก แต่สุดท้าย กัปตันต้องเป็นคนตัดสินใจ ถ้ามีปัญหา เรื่อรั่ว เจอพายุ หรือพาหลงทาง กัปตันควรรีบยอมรับว่าตัดสินใจผิด แล้วทุกคนในเรือรวมทั้งกัปตันต้องช่วยกันอุด และประคองเรือไปให้รอดฝั่ง ปัญหาที่เจอส่วนใหญ่ คือ กัปตัน ไม่ยอมตัดสินใจ เพราะกลัวตัดสินใจผิด พอเจอพายุหรือหินโสโครกก็โทษลูกเรือว่าไม่บอก หรือทำหน้าที่ตัวเองไม่ดี หรือในอีกกรณีคือ ลูกเรือบอกข้อมูลกัปตัน แต่กัปตันไม่ฟัง แต่มั่นใจว่าตัวเองถูกแน่ๆ เลยตัดสินใจแทน ซึ่งแม้เรื่องที่ตัดสินใจจะถูกจริงๆ ทำให้เรือถึงฝั่ง แต่ก็ไม่ถูก เพราะการตัดสินใจสุดท้ายจริงๆต้องเป็นกัปตันเสมอ  แน่นอน กัปตันต้องรับผิดชอบ ถ้าสุดท้ายกัปตันตัดสินใจผิดทำให้เรือล่ม แม้จะมีข้อมูลที่ถูกต้องจากลูกเรือ จะมาโยนความผิดให้ลูกเรือไม่ได้ทุกกรณี ลองมองกลับไปดูว่าตอนนี้ผู้นำในทีมของคุณเป็นกัปตันแบบไหน? หรือว่าคุณเป็นกัปตันเอง คุณกำลังนำเรือไปทางไหน? ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋ง ๆ คำถามโดน…

  • การเรียนรู้ในโลกยุคดิจิตอล

    ผมอ่านเจอ infographic จากรายงานของ Bersin by Deloitte มีข้อมูลน่าสนใจ และเป็นประโยชน์กับทั้งสำหรับผู้เรียน และผู้สอนในยุคปัจจุบัน เลยเก็บมาฝากกันครับ Interesting Facts: ในยุคดิจิตอล ข้อมูลมากมายมหาศาลทุกช่องทางส่งผลให้ ถูกรบกวนตลอด ไม่มีสมาธิ (Distracted) หยิบมือถือขึ้นมาดูชั่วโมงละ 9 ครั้ง ถูกสารพัด Website, App, VDO clip ดึงความสนใจทั้งวัน ถูกรบกวน ขัดจังหวะทุก 5 นาที จาก work application หรือ collabolation tool ต่าง ๆ ไม่มีความอดทน (Impatient) คนส่วนใหญ่ไม่ทนดู VDO clip ยาวกว่า 4 นาที ถ้าเนื้อหาไม่โดนใน 5-10 วินาทีแรก ก็จะไม่สนใจเนื้อหาหลังจากนั้น สำลักข้อมูล (Overwhelmed) 41% ของเวลาทำงานใช้ไปกับสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดี แต่งานไม่เดิน…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *