ประเมินผลงานตัวเองในปี 2023

ปี 2023 มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นหลายอย่างในทุกด้านทั้งโครงการใหม่ของงาน การย้ายโรงเรียนของลูก การย้ายเข้าบ้านใหม่ และเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน

สำหรับ Theme ในปีนี้ผมยกให้เป็นเรื่อง Explore เพราะก่อนการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร การดู option ต่างๆ เป็นช่วงที่สนุกและเหนื่อยไปพร้อมกัน ไม่มีอะไรที่แน่นอน ทุกอย่างมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน ขึ้นกับว่าเราจะโอเคกับ option ไหนมากที่สุด

รูปที่ผมเลือกมาเป็นตัวแทนของปี 2023 เป็นรูปที่สะท้อนกิจกรรมที่ผมได้มากที่สุดในปีนี้ คือ การขึ้นเวทีไปนำเสนอกับผู้บริหาร บรรยายให้กับนิสิต นักศึกษา หรือเป็น moderator และ panel ในงานต่างๆ ซึ่งพอย้อนกลับมาดูรูป ปีนี้ผมมีรูปบนเวทีเยอะมาก

สำหรับการประเมินชีวิตตัวเองในด้านต่างๆ เทียบกับปีที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้

สุขภาพร่างกาย (B+) flat vs Year Ago (YA)

สุขภาพปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้ ค่าเลือดและไขมันต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ หาเวลาออกกำลังกายซึ่งหลักๆ เป็นการวิ่ง และเริ่มฝึกดึงข้อ ซึ่งเคยลองตั้งแต่เด็กและไม่เคยทำได้ จนตอนนี้ดึงข้อได้ประมาณ 4-5 ครั้ง ทุกวัน ปีหน้าอยากเพิ่มให้ได้ซัก 10-20 ครั้ง

สำหรับการวิ่งปีนี้ไม่ได้ลงรายการไหน พยายามปรับหาเวลาที่เหมาะสมทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถ fixed เวลาได้ ต้องปรับตามตาราง แต่การซึ่งลู่วิ่งมาไว้ในบ้านก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ช่วยให้ออกกำลังกายได้มากขึ้น

ที่ต้องระวังคือแนวโน้มน้ำหนักที่ขึ้นมา 1-2 กิโลกรัมเทียบกับปีที่ผ่านมาจึงต้องเป็นสิ่งที่ต้องคอยดูแลต่อไป

การงาน (A-) flat vs YA

นอกจากงาน project ต่างๆ ที่ทำอยู่ ปีนี้ทางบริษัทได้ริเริ่มโครงการ Learn from The BEST ซึ่งเป็นการต่อยอดจาก Best Employer Program เป็นโครงการที่เราไม่มีประสบการณ์ในการจัดแต่โชคดีที่ได้ partner ที่เก่งและน่ารักมาร่วมช่วยเป็น Program Director ด้วย แม้จะเป็นงานใหม่ที่มีรายละเอียดมาก และความคาดหวังสูง แต่สุดท้ายโครงการไม่เป็นสำเร็จไปด้วยดี แต่ผู้บริหารที่เข้าร่วมโครงการก็ยังติดต่อกันอยู่ และเรียกร้องให้มีโครงการในรุ่นต่อไปในปีหน้าอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่ง highlight ของงานในปีนี้ที่น่าจดจำ

การเงิน (A-) 1pt up vs YA

จากปีที่แล้วที่ตั้งใจจะเก็บเงินมากขึ้น ก็สามารถเก็บได้มากขึ้นมาแผนที่วางไว้ สิ่งหนึ่งที่เป็น a-ha moment เบาๆ ของปีนี้ คือจริงๆ การจะเก็บเงินได้มากขึ้นที่ดีที่สุด คือหารายได้ได้มากขึ้น ซึ่งปีนี้สามารถเปลี่ยนประสบการณ์ และความสามารถเป็นเงินได้เพิ่มเติม กับคนที่เห็นคุณค่าของเรา ทำให้สามารถเก็บเงินได้มากขึ้นกว่าเดิม

สภาพจิตใจ (B+) flat vs YA

ปีนี้ประคองจิตใจได้ดีขึ้น ไม่ปล่อยให้ทำงานเครียดจนเกินไป มี trigger บอกตัวเองให้ไปทำอย่างอื่นเพื่อผ่อนคลายด้วยการออกกำลังกาย เล่นกับลูก หรืออ่านหนังสือ และพยายามใส่เวลาพักไว้ในตารางเพื่อไม่ให้ตัวเอง burn out ซึ่งปีนี้ทำได้ดีกว่าปีที่แล้ว

ครอบครัว (B+) flat vs YA

หลังจากรอมานาน ปีนี้เราได้ย้ายจากคอนโดเข้าบ้านใหม่ ทำให้ลูกมีที่เล่นมากขึ้น เป็นปีที่ได้ไปเที่ยวต่างประเทศทั้งครอบครัวด้วยกันครั้งแรก โดยไปประเทศสิงคโปร์ที่ทุกคนคุ้นเคย ซึ่งก็ผ่านไปด้วยดี คงจะมีทริปต่างประเทศมากขึ้นในปีต่อไป

การพัฒนาตัวเอง (A-) 1 pt up vs YA

หนึ่งใน Highlight ของการพัฒนาตัวเองปีนี้คือการเข้าร่วมโครงการ IMET MAX รุ่นที่ 5 ที่ได้พัฒนาตัวเองตั้งแต่กระบวนการสมัคร การเลือก mentor ซึ่ง pair ผมได้พี่ช้าง ธีรพงศ์ จันศิริ CEO ของ Thai Union Group ซึ่งตลอดโครงการเกือบทั้งปี ทำให้ผมได้ขยายมุมมอง และวิธีคิดหลายๆ อย่างที่ได้เรียนรู้จากพี่ช้าง และ mentor ท่านอื่นๆ รวมทั้งเพื่อนๆ mentee ที่แต่ละคนก็มีความสามารถ และปัญหาที่แตกต่างกัน ซึ่งผมก็อยากแนะนำโครงการนี้ให้คนที่สนใจ

.People Capital (A-) 1 pt up vs YA

ปีนี้เห็นผลของการ add value ให้ลูกค้าที่เป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กรต่างๆ อย่างชัดเจน ลูกค้าประทับใจและเชื่อในความรู้ความเข้าใจในการแนะนำ และบริบทของเขา ทำให้บทบาทของ trusted advisor ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ตั้งเป้าและวางแผนในการทำงานกับลูกค้าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ทำประโยชน์ให้คนอื่น (B+) flat vs YA

ปีนี้สิ่งที่ทำได้สม่ำเสมอที่สุดคือการเป็น columnist ให้กับ The Story Thailand เขียนบทความที่น่าสนใจในมุมของ Happy Talent ทุกๆ พุธที่ 2 ของเดือน แต่ blog นี้แทบร้างไม่ได้เขียนเลยไม่ต่างกับปีที่ผ่านมา

สำหรับการบรรยาย แบ่งปันต่างๆ ปีนี้รูปแบบเปลี่ยนกลับมาเป็น onsite ทั้งหมดแล้ว ก็ต้องจัดเวลาดีๆ ในการเดินทางด้วย


สรุปภาพรวมตลอดปี (A-) 1 pt up vs YA

ภาพรวมในปีนี้ผมพอใจในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องงาน และการพัฒนาตัวเอง ปีหน้าด้วยเรื่องงานที่เป็นการเปลี่ยนใหญ่ ก็กระทบกับด้านต่างๆ ของชีวิต และต้องใช้เวลาปรับตัวซักพักกว่าจะเข้าที่

หวังว่าคุณจะมีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรงตลอดปี

สวัสดีปีใหม่ 2024 ครับ!

Similar Posts

  • |

    บทเรียนจากBejeweled2

    ช่วง2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมาผมติดเกมส์ Bejeweled2 บน iPhone มาก เล่นมันได้ทุกวันที่มีเวลาว่าง โดยเฉพาะโหมด Blitz ซึ่งจะจำกัดเวลาให้เล่นภายใน1นาทีให้ได้คะแนนมากสุด ที่มันสนุกเพราะคะแนนสูงสุดของเราจะถูกจัดอันดับเทียบกับเพื่อนๆใน Facebook ที่เล่นเกมส์นี้เหมือนกัน และคะแนนสูงสุดนี้จะถูก reset ใหม่ทุกอาทิตย์ เอาสิ อาทิตย์นี้คะแนนไม่มี อาทิตย์หน้าเอาใหม่ แต่เนื่องจากผมเชื่อว่าทุกอย่างย่อมมีบทเรียนที่น่าสนใจแฝงอยู่ ผมเลยลองคิดว่าผมได้เรียนรู้อะไรจากเกมส์นี้บ้าง… บทเรียนที่ผมได้จากเกมส์นี้ คือ ต่อสู้กับความอยากของตัวเอง อาจเป็นเพราะเกมส์นี้รอบนึงใช้เวลาเพียง1นาที ทำให้คิดว่า รอบนี้คะแนนไม่ดีไม่เป็นไร เดี๋ยวเล่นใหม่รอบหน้าก็ได้ นาทีเดียวเอง… หลายครั้งที่เกมส์นี้กินเวลาผมไปเป็นชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว (น่ากลัวจริงๆ) บางครั้งได้ new top score แล้วก็ยังไม่พอ คิดว่าเดี๋ยวจะได้คะแนนสูงกว่านี้ แล้วเวลาก็จะหลายไปอีกชั่วโมง – -” สรุปว่าเป็นเกมส์ที่เริ่มและติดง่ายมาก แต่พอเล่นแล้วจะหยุดได้ยากมาก หลายครั้งก็ใช้เป็นอุบายในการดูใจที่เต็มไปด้วยความอยาก และสังเกตการต่อสู้ของใจกับความอยากที่จะเล่นต่อ ก็มีแพ้บ้างชนะบ้าง ตามกิเลสที่จะแข็งแรงอยู่ คนที่ได้คะแนนสูงๆไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ปกติผมจะได้คะแนนประมาณ 2-3 แสนกว่าๆ แต่ก็จะมีเพื่อนอีกหลายคนที่เล่นได้ระดับ 4-5แสนทุกอาทิตย์ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าเล่นได้ยังไง พอดีที่บริษัทมีเซืยนอยู่2-3คน เลยมีโอกาสถามว่าเล่นยังไงให้คะแนนเทพอย่างนั้นทุกอาทิตย์…

  • [Mentor แบบชัชๆ] เคล็ดลับในการได้ job offer โดยไม่ต้องใช้ resume

    [Mentor Profile] Global HR Director, อายุ 40 ต้น ๆ ประสบการณ์ทำงานใน  5 บริษัทใน 4 ประเทศ   Mentor: คุณรู้รึเปล่าว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้ offer งานดี ๆ และเปลี่ยนงานทั้งในบริษัท และย้ายไปบริษัทอื่นโดยไม่ได้ใช้ resume เลย Me: โห คุณทำได้ยังไงครับ? Mentor: เคล็ดลับอยู่ที่ผลงานของคุณ ทุกอย่างที่คุณส่งออกไป ไม่ว่าจะเป็นอีเมล หรือไฟล์ต่าง ๆ เช่น PowerPoint presentation หรือไฟล์ Excel ที่เป็นผลงานที่มีชื่อคุณ คุณต้องทำให้ดีที่สุดเสมือนเป็นตัวแทนคุณ Me: ทำไมเหรอครับ? Mentor: คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอีเมล หรือไฟล์งานที่คุณส่งออกไปนั้น จะถูก forward ไปหาใครต่อ หรือ ใครจะได้อ่าน คุณรู้มั้ยว่าผมรู้เลยว่า Excel ไฟล์ไหนที่ทำให้ผมได้งานในอีกประเทศ ผมถึงตั้งใจ 120% ทุกครั้งก่อนส่งไฟล์ออกไปในชื่อของเรา ถ้าสิ่งที่เราทำดีมากพอ…

  • |

    เด็กฝึกงาน ใครคิดว่าไม่สำคัญ?

    [หลังจากบทความเรื่อง Treat your intern right! ที่เขียนลง The Nation คอลัมน์ Tweeple’s Corner วันอาทิตย์ที่ผ่านมา นึกขึ้นได้ว่าน่าจะแปล(บทความตัวเอง)เป็นภาษาไทย ให้อีกหลาย ๆ คนได้อ่านด้วย ออกตัวไว้ก่อนว่าการแปลนี้ไม่ได้แปลคำต่อคำ จึงมีการตัดและเพิ่มตามความพอใจ เพราะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบทความแล้ว :P ] ทุกๆปี น้องๆนิสิต นักศึกษาปี 3 ส่วนใหญ่จะใช้เวลาปิดเทอมใหญ่ไปฝึกงาน ซึ่งบ้างก็ทำเพราะเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร (ไม่ทำไม่จบว่างั้น) บ้างก็ต้องการสร้าง portfolio สวย ๆ สำหรับทำงาน/เรียนต่อ หรือต้องการอยากได้ประสบการณ์ทำงานจริง ๆ แต่คุณรู้รึปล่าวว่าเด็กฝึกงานเค้าทำอะไรกัน? ผมเชื่อว่าเราอาจเคยได้ยินตั้งแต่ไม่มีอะไรให้ทำ ชงกาแฟ ถ่ายเอกสาร ไปจนถึงทำงานที่มีคุณค่ามากๆประหยัดให้องค์กรเป็นล้าน และทำให้พี่พนักงานประจำหลายคนเริ่มร้อนๆหนาวๆกับเก้าอี้ตัวเอง… ^^” ด้วยงานที่ทำอยู่ ทำให้ผมเห็นความสำคัญของโครงการนักศึกษาฝึกงาน ทั้งต่อตัวเด็กเอง และต่อบริษัทด้วย สำหรับน้องนิสิต-นักศึกษา นี่เป็นโอกาสแรกๆที่จะได้สัมผัสชีวิตการทำงาน ที่เราจะต้องเจออีกค่อนชีวิตหลังจากที่เราเรียนจบ ซึ่งการเรียนได้คะแนนดีๆ เกรดสวยหรูไม่ได้รับประกันความสำเร็จในการทำงาน (เป็นได้อย่างมากก็แค่ใบเบิกทางที่ดี) นอกจากนั้นน้องจะได้ฝึกเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาจากโจทย์ มาเป็นตั้งโจทย์ (และแก้ปัญหา)เอง…

  • “คุณเข้าใจมั้ย?” คำถามที่ไม่ควรถาม

    “คุณเข้าใจมั้ย?” เมื่อก่อนผมมักใช้คำถามนี้ไม่ว่าจะเป็นกับทีมเวลาที่อธิบายงาน หรือเวลาเป็นผู้บรรยายสอนในอบรม หรือ workshp ต่างๆ เจตนาก็มาจากความหวังดีที่เราอยากให้อีกฝ่ายแน่ใจว่าเข้าใจสิ่งที่เราสอน หรืออธิบายจริงๆ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องสื่อความผิดตามมา จนกระทั่งไม่นานมานี้ ผมได้เรียนรู้จากโค้ชผู้บริหารท่านหนึ่งว่า การถามว่าอีกฝ่ายเข้าใจมั้ย? เป็นประโยคคำถามที่ไม่มีประโยชน์ และไม่ควรถาม ตอนแรกผมก็ทั้งงง ทั้งแปลกใจว่า เป็นไปได้อย่างไร จนได้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า คนที่อยากถามมักไม่กล้าถาม เท่าที่สังเกตดูเวลาที่ทั้งตัวเองถาม หรือคนอื่นถามคำถามนี้ แทบไม่มีคนตอบว่าไม่เข้าใจ และให้อธิบายเพิ่ม อาจเป็นเพราะ กลัวคนถามอายที่อธิบายไม่รู้เรื่อง เห็นคนอื่นไม่ถามเลยไม่กล้าถาม กลัวอายเพื่อนๆ คิดว่าตัวเองตามไม่ทัน ถามคำถามอะไรโง่ๆ ตัวเองไม่ตั้งใจฟัง ไม่รู้เรื่องทั้งหมด เลยไม่รู้จะตั้งคำถามว่าไม่เข้าใจประเด็นไหน สุดท้ายถามไปก็แทบไม่เคยได้ยินคนที่ตอบว่าไม่เข้าใจ ดังนั้นอย่าถามดีกว่า

  • เมื่อ Global CEO พบ Future Leaders ของไทย

    โชคดีจริงๆ ที่ได้ฟังมุมมองของผู้บริหารระดับ Global CEO และได้รู้จักน้องๆ Future Leaders ของเมืองไทยในงานเดียวกัน! ผมคิดอยู่ในใจเมื่อได้รับคำเชิญจาก Adecco Thailand เพื่อร่วมงาน The Adecco Group Global CEO Meets with Future Leaders in Thailand ซึ่งเป็นงาน Exclusive ร่วมกับน้อง Future Leaders อีกหลายสิบคน เมื่อมองกลับไปผมรู้สึกว่าเป็นงานขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่จนเกินไป สามารถเดิน networking ได้อย่างทั่วถึง ทำให้ได้รู้จักกับทั้งผู้บริหารของ Adecco และน้องๆ คนเก่งที่ได้รับเชิญมาหลายคน Highlight ของงานคือ Panel discussion โดยคุณ Alain Dehaze, Global CEO, The Adecco Group และคุณ Lisa Frommhold, The Adecco…

  • (จะ)เอาความมั่นใจมาจากไหน?

    เคยสังเกตมั้ยครับว่าคนที่มีความมั่นใจ มักจะได้เปรียบในสถานการณ์ต่างๆ มากกว่าคนที่ไม่มั่นใจ ความมั่นใจนี้อาจแบ่งได้ทั้งความมั่นใจในตัวเอง ความมั่นใจในงาน หรือความมั่นใจในเรื่องต่างๆ เฉพาะด้าน ถ้าถามคนที่มั่นใจว่าทำอย่างไร หลายคนอาจตอบว่าเพราะมีความรู้ความสามารถในเรื่องนั้นถึงมั่นใจ หรือมีประสบการณ์ถึงมั่นใจ หลายคนคิดว่าปัญหาของคนที่ขาดความมั่นใจคือขาดประสบการณ์กับความสามารถ ซึ่งเหมือนจะเกิดขึ้นเฉพาะน้องๆ ที่เพิ่งเริ่มทำงานเท่านั้น แต่ความจริง คือ ต่อให้ให้คุณประสบความสำเร็จ หรือมีประสบการณ์อย่างมากในเรื่องใด เรื่องหนึ่ง ถ้าคุณเริ่มทำสิ่งที่คุณไม่เคยทำ ไม่มีความรู้ คุณก็จะไม่มีความมั่นใจในเรื่องนั้น ผมได้ฟังคุณ Dan Sullivan ซึ่งเป็น strategic coach ชื่อดังแนะนำวิธีการสร้างความมั่นใจ หรือ Confidence ด้วยแนวคิด The 4 C’s 1. Commitment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *