|

If you aim at nothing, you will hit it every time

 

“If you aim at nothing, you will hit it every time.” — Zig Ziglar

สองวันก่อนอ่านเจอคำคมนี้แล้วรู้สึกโดนมาก…

เพราะพอนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็รู้เลยว่า เรื่องที่ตัวเองไม่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ ก็ไม่ได้ก้าวหน้า หรือพัฒนาไปไหนเลย

ขนาดเรื่องที่ตั้งเป้าไว้ยังพลาดบ่อยๆ…

ตัวอย่างร้อนๆ คือเรื่องเรียนภาษาจีน

เรียนมาปีกว่าแล้วไม่ก้าวหน้าไปไหนกับเค้าเลย อายุก็มากที่สุดในห้อง

ที่เรียนเค้าก็ใจดีให้ขึ้นชั้นมาเรื่อยๆ

สุดท้ายมากดดันเราเอง

เป็นที่โหล่ของห้อง (ร่วมกับน้องชั้นประถม และม.ต้น)

อาทิตย์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเปิดเทอมใหม่ ก็เลยตัดสินใจลดชั้นตัวเองลง

ซึ่งก็ทำใจอยู่หลายวันเหมือนกันระหว่างจะเลิกเรียนไปเลย กับลดชั้นตัวเอง

แต่สุดท้ายก็พอใจกับสิ่งที่เลือกแม้มันจะเป็นการเสียทั้งเวลา และเงินกับการเรียนลดชั้น

อย่างน้อยก็รู้ว่า เรียนคราวนี้จะตั้งใจเรียน ทบทวน และฝึกเขียนภาษาจีนให้มากขึ้น

เป้าหมายคือ สอบให้ผ่านเกิน 80% และเข้าใจบทเรียนจริงๆ

______________________________________

บทเรียนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าไม่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ก็จะไม่ได้อะไรเลย หรือได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นเยอะๆ

เพื่อนๆีเคยเจอปัญหาจากการไม่ตั้งเป้าหมายบ้างรึป่าวครับ?

Similar Posts

  • | |

    ด้านที่ดีกว่าของชีวิต?

    ธนาคารกรุงไทย-ด้านที่ดีกว่าของชีวิต วันนี้นั่งรถไฟฟ้าแล้วเห็นโฆษณาตัวใหม่ของธนาคารกรุงไทย ถ้าดูเผินๆก็เหมือนว่าเป็นโฆษณาที่ให้กำลังใจดีอีกตัวหนึ่ง เพราะแน่นอนว่าในทุกปัญหาย่อมมีโอกาสแฝงอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่หลายๆคนอาจลืมไป คือ อีกด้านหนึ่งของเหรียญ

  • การวางแผนในโลกที่ไม่มีแบบแผน

    การวางแผน… เชื่อว่าเป็นสิ่งที่เราถูกสอนตั้งแต่เด็กๆว่า ชีวิตเราถ้าจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีการวางแผน พอโตขึ้นมาเข้าสู่โลกการทำงาน เราก็เจอส่วนงาน หรือแผนกเกี่ยวกับการวางแผน สารพัดแผน ทั้ง Corporate Planning, Strategy Planning, Bla Bla Planning แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อว่าหลายๆคนสังเกต คือ ไม่ว่าเราจะวางแผนดีแค่ไหน สิ่งที่เราเจอจริงๆจะเป็นไปตามแผนน้อยมาก (ถึงน้อยที่สุด) กลายเป็นเรื่องตลกทั้งน้ำตา เมื่อแผนกที่ชื่อเกี่ยวกับการวางแผน กลายเป็นแผนกที่ทำงานแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากที่สุด ผมเลยสงสัยมั้ยว่าแล้วเราจะวางแผนไปทำไม? … วันก่อนที่บริษัทมีผู้บริหารระดับสูง(มาก)มาเยี่ยมที่โรงงาน ผมได้มีโอกาสถามท่านถึงกลยุทธ์ในการบริหารการผลิตสินค้าในโลกที่มีความไม่แน่นอนสูงในปัจจุบัน ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป ซึ่งแน่นอนว่าแผน Business Continuity Plan (BCP) เป็นส่วนหนึ่งที่จะพยายามที่จะครอบคลุมและลดผลกระทบทางธุรกิจจากเหตุการณ์ต่างๆ ท่านบอกว่าแม้ความเป็นจริงจะไม่ตรงกับแผนที่วางไว้ ก็ยังจำเป็นต้องมีแผนอยู่ดี (ลองคิดภาพน้ำท่วมโรงงานโดยไม่มีแผนอะไร คงดูไม่จืด) แต่สิ่งที่ท่านเสริมหลังจากมีแผนแล้ว คือ ความเก่งของคนที่จะปรับแผนนั้นให้เข้ากับสถานการณ์ โดยเฉพาะการให้อำนาจการตัดสินใจปรับเปลี่ยนแผนลงไปให้ใกล้กับหน้างานที่สุด เพราะทีมหน้างานจะรู้สถานการณ์ดีที่สุด และแน่นอนว่าคุณต้องมั่นใจว่าเขาเก่งพอที่จะรับผิดชอบได้ พนักงานฟังแล้วซึ้งกันเลยทีเดียว… … ส่วนตัวผมยังเชื่อว่าการวางแผนระดับบริษัท หรือองค์กรยังเป็นสิ่งจำเป็นต้องมี จะตรงไม่ตรงก็ต้องปรับกันไป แต่ระดับบุคคล ผมกลับเริ่มเห็นต่างว่าชีวิตเราควร Go with…

  • “คุณเข้าใจมั้ย?” คำถามที่ไม่ควรถาม

    “คุณเข้าใจมั้ย?” เมื่อก่อนผมมักใช้คำถามนี้ไม่ว่าจะเป็นกับทีมเวลาที่อธิบายงาน หรือเวลาเป็นผู้บรรยายสอนในอบรม หรือ workshp ต่างๆ เจตนาก็มาจากความหวังดีที่เราอยากให้อีกฝ่ายแน่ใจว่าเข้าใจสิ่งที่เราสอน หรืออธิบายจริงๆ จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องสื่อความผิดตามมา จนกระทั่งไม่นานมานี้ ผมได้เรียนรู้จากโค้ชผู้บริหารท่านหนึ่งว่า การถามว่าอีกฝ่ายเข้าใจมั้ย? เป็นประโยคคำถามที่ไม่มีประโยชน์ และไม่ควรถาม ตอนแรกผมก็ทั้งงง ทั้งแปลกใจว่า เป็นไปได้อย่างไร จนได้คำอธิบายเพิ่มเติมว่า คนที่อยากถามมักไม่กล้าถาม เท่าที่สังเกตดูเวลาที่ทั้งตัวเองถาม หรือคนอื่นถามคำถามนี้ แทบไม่มีคนตอบว่าไม่เข้าใจ และให้อธิบายเพิ่ม อาจเป็นเพราะ กลัวคนถามอายที่อธิบายไม่รู้เรื่อง เห็นคนอื่นไม่ถามเลยไม่กล้าถาม กลัวอายเพื่อนๆ คิดว่าตัวเองตามไม่ทัน ถามคำถามอะไรโง่ๆ ตัวเองไม่ตั้งใจฟัง ไม่รู้เรื่องทั้งหมด เลยไม่รู้จะตั้งคำถามว่าไม่เข้าใจประเด็นไหน สุดท้ายถามไปก็แทบไม่เคยได้ยินคนที่ตอบว่าไม่เข้าใจ ดังนั้นอย่าถามดีกว่า

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2013

      ลุยกันเลยกับการประเมินผลตัวเองปีนี้ ซึ่งก็เข้าปีที่ 5 ที่ได้หาเวลามาทบทวนดูชีวิตที่ผ่านมาในปีว่ามีเรื่องอะไรน่าสนใจ หรือต้องปรับปรุงบ้าง (การประเมินตัวเองในปี 2012, 2011, 2010, 2009) เช่นเดิม ผมแบ่งเป็นหมวดๆเช่นทุกปีที่ผ่านมาเพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ   สุขภาพร่างกาย (B+) 1pt down vs. Year Ago (YA) ปีนี้สุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีป่วยหนัก แต่การออกกำลังกายไม่ได้ตามเป้าเหมือนปีที่แล้ว ลงวิ่งมินิมาราธอนไป 3 รายการ จากที่ตั้งใจจะลงวิ่ง full marathon แต่เวลาและความฟิตไม่เอื้ออำนวยจริงๆ ช่วง Q4 ได้อุปกรณ์มานับก้าวที่เดิน ช่วยให้เดินขึ้นลงบันไดบ่อยขึ้นกว่าก่อน เพราะอยากเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าว ถ้าไม่พยายาม วันทำงานปกติจะเดินแค่ 3-4,000 ก้าวเท่านั้น น้ำหนักตัวไม่ขึ้น แต่ก็ยอมลง ^^” Improvement Areas ออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน ลดน้ำหนักตัวลงให้เหลือ 65 กิโลกรัม (ขอเป้าเดิมกับปีที่แล้ว)

  • |

    5 เหตุผล ที่ควรไปเรียนต่อที่สวีเดน

    ถ้าพูดถึงการเรียนต่อปริญญาโทต่างประเทศ เชื่อว่าประเทศที่อยู่ในใจหลายคนคงไม่พ้น อเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ออสเตรเลีย วันก่อนผมได้แนะนำประเทศสวีเดน ไปสั้นๆทาง Twitter ของผม (@Chutchapol) ในฐานะศิษย์เก่าคนหนึ่ง เพราะไม่อยากให้หลายคนมองข้ามประเทศนี้ไป เลยมาลองคิด 5 เหตุผลที่คุณควรไปเรียนต่อที่ประเทศสวีเดนดู 1. มาตรฐานการศึกษาสูง อยากรู้มาตรฐานของการศึกษาของประเทศไหน ให้ดูคุณภาพของคนประเทศนั้น สำหรับประเทศสวีเดนซึ่งมีประชากรประมาณ 9 ล้านคน แต่สินค้า และ ยี่ห้อที่มีคุณภาพและดังระดับโลกมากมาย เช่น Volvo, H&M, IKEA, SAAB, ABB, Skype, Ericsson, Electrolux เป็นต้น หลายคนคงเคยชินกับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในประเทศต่างๆ ผมเคยถามเพื่อนที่สวีเดน เค้าบอกว่าสวีเดนไม่มีการจัดอันดับมหาวิทยาลัย เพราะมาตรฐานทุกที่ไม่ต่างกัน มีแต่ที่ไหนเชี่ยวชาญด้านไหน 2. ยังมีโอกาสเรียนฟรี หรือขอทุนการศึกษาได้ง่าย น่าเสียดายที่ประเทศสวีเดนเพิ่งเริ่มเก็บค่าเทอมจากนักศึกษาต่างชาติ (นอก EU/EEA และ สวิสเซอร์แลนด์) เมื่อปี 2010 นี่เอง เพราะต้องการลดจำนวนนักเรียนที่ตั้งใจลี้ภัยสงครามจากตะวันออกกลางมากกว่าไปเรียน (ข้อมูลจาก @paeguay) ซึ่งตอนที่ผมเรียน…

  • |

    เด็กฝึกงาน ใครคิดว่าไม่สำคัญ?

    [หลังจากบทความเรื่อง Treat your intern right! ที่เขียนลง The Nation คอลัมน์ Tweeple’s Corner วันอาทิตย์ที่ผ่านมา นึกขึ้นได้ว่าน่าจะแปล(บทความตัวเอง)เป็นภาษาไทย ให้อีกหลาย ๆ คนได้อ่านด้วย ออกตัวไว้ก่อนว่าการแปลนี้ไม่ได้แปลคำต่อคำ จึงมีการตัดและเพิ่มตามความพอใจ เพราะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบทความแล้ว :P ] ทุกๆปี น้องๆนิสิต นักศึกษาปี 3 ส่วนใหญ่จะใช้เวลาปิดเทอมใหญ่ไปฝึกงาน ซึ่งบ้างก็ทำเพราะเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร (ไม่ทำไม่จบว่างั้น) บ้างก็ต้องการสร้าง portfolio สวย ๆ สำหรับทำงาน/เรียนต่อ หรือต้องการอยากได้ประสบการณ์ทำงานจริง ๆ แต่คุณรู้รึปล่าวว่าเด็กฝึกงานเค้าทำอะไรกัน? ผมเชื่อว่าเราอาจเคยได้ยินตั้งแต่ไม่มีอะไรให้ทำ ชงกาแฟ ถ่ายเอกสาร ไปจนถึงทำงานที่มีคุณค่ามากๆประหยัดให้องค์กรเป็นล้าน และทำให้พี่พนักงานประจำหลายคนเริ่มร้อนๆหนาวๆกับเก้าอี้ตัวเอง… ^^” ด้วยงานที่ทำอยู่ ทำให้ผมเห็นความสำคัญของโครงการนักศึกษาฝึกงาน ทั้งต่อตัวเด็กเอง และต่อบริษัทด้วย สำหรับน้องนิสิต-นักศึกษา นี่เป็นโอกาสแรกๆที่จะได้สัมผัสชีวิตการทำงาน ที่เราจะต้องเจออีกค่อนชีวิตหลังจากที่เราเรียนจบ ซึ่งการเรียนได้คะแนนดีๆ เกรดสวยหรูไม่ได้รับประกันความสำเร็จในการทำงาน (เป็นได้อย่างมากก็แค่ใบเบิกทางที่ดี) นอกจากนั้นน้องจะได้ฝึกเปลี่ยนจากการแก้ปัญหาจากโจทย์ มาเป็นตั้งโจทย์ (และแก้ปัญหา)เอง…

2 Comments

  1. หวัดดีค่ะพี่ชัช
    ตอนแรกอ่านหัวข้อแล้วเข้าใจว่าเป็นเรื่องของความคาดหวังไปซะงั้น
    ประมาณว่า ถ้าไม่หวังอะไร มันก็จะได้อะไรกลับมาบ้างนั่นแหละ (สมควรกลับไปเรียนภาษาใหม่ -_-“)

    พออ่านเข้าใจแล้ว จะบอกว่าจริง
    ตอนนี้ฝึกงานอยู่ โปรแกรมไม่มีเป้าหมายอะไรทั้งนั้นที่เป็นรูปธรรม
    แต่เป็นเทอมที่จะบอกว่าชิวก็ไม่ใช่ เพราะแปลว่าการบ้านคือ ไปคิดเอาเอง..
    ตอนฝึกงาน บริษัทก็ไม่มีเป้าหมายอะไรเหมือนกัน เหมือนกะว่า ยูคิดว่าอะไรน่าสนก็ทำอันนั้นแหละ มีเวลาให้สามเดือน.. เครียดเลย
    เป้าหมายเนี่ยต้องสามารถวัดได้ และต้องมาพร้อมกับเส้นตายด้วย ขาดอย่างใดอย่างนึงก็คือ ความล่องลอยดีๆเนี่ยเอง

    กำลังล่องลอยอยู่เลย เอิ๊กๆๆ
    ♪ ชั้นมาทำอะไรที่นี่ ♪

  2. @ขวัญ ญ: ล่องลอยได้ แต่อย่านานเกินล่ะ เดี๋ยวจะเสียดายเวลาที่เสียไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *