ตัวอยู่บ้าน (แต่)งานยังอยู่ในใจ

tips / 6 August 2010 / 432

ผมเคยคิดว่าการที่เราคิดเรื่องงานตลอดเวลาเป็นสิ่งที่ดี แปลว่าเราทุ่มเทในการทำงาน…

หลายครั้งที่สมองยังคิดเรื่องงานอยู่แม้จะกลับบ้านมาแล้ว

วันนี้มีโอกาสได้คุยกับท่านผู้จัดการโรงงานคนใหม่ระหว่างทานข้าวเที่ยงที่โรงอาหาร

ท่านก็เล่าให้ฟังว่าสิ่งหนึ่งที่พยายามฝึกและใช้เวลาถึง 7 ปี คือ

การฝึกให้วางปัญหา ความเครียดต่างๆจากที่ทำงาน เมื่อกลับมาได้ให้ได้ เหมือนปิดสวิตซ์

ฟังดูง่ายๆเหมือนเป็นสิ่งที่ใครๆก็รู้ แต่ผมก็ยังทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง

ไม่ต้องแปลกใจถ้าเราจะยังทำไม่ได้

ก็การบังคับใจไม่ให้รักเธอนี่มันง่ายซะที่ไหน ^^”

ขนาดท่านผู้จัดการโรงงานยังใช้เวลาถึง7ปี กว่าจะฝึกได้

พอถามท่านต่อว่าอะไรเป็นจุดเปลี่ยนให้ต้องมาใส่ใจฝึกฝนเรื่องนี้

ท่านก็เล่าให้ฟังว่า มีอยู่วันหนึ่ง หลังจากเลิกงานกลับไปที่บ้านแล้ว

แต่ในใจก็ยังคิดแต่เรื่องงาน และวิธีแก้ปัญหาที่บริษัทบนโต๊ะทานข้าวกับครอบครัว

ไม่คุยไม่สนใจคนอื่น อยู่ๆภรรยาท่านพูดขึ้นว่า

You are cheating on me! (ผู้เขียน: ในที่นี้แปลว่า คุณโกงฉัน ไม่ใช่ คุณนอกใจฉัน ^^”)

ท่านก็ตกใจ ว่าทำไมพูดอย่างนั้น

ภรรยาท่านก็อธิบายว่าเค้าอยู่บ้านรอท่านกลับมา แต่พอกลับมาแล้วแทนที่จะเป็นเวลาของเรากลับไปคิดเรื่องงาน

ท่านผู้จัดการโรงงานก็เลยสัญญาว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีกและเริ่มฝึกที่จะปล่อยวางไม่คิดเรื่องงานเวลาอยู่กับครอบครัว

โดยตั้งเป้าไว้ว่าต้องมีเวลาที่สมองไม่คิดเรื่องงานอย่างน้อย 24 ชั่วโมงติดต่อกัน

เพื่อให้สมองได้พักเต็มที่ ก่อนจะกลับมาทำงานใหม่

สำหรับเทคนิค ท่านบอกว่าให้มีสมาธิกับการทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่งานแทน เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ คุยกับแฟน เป็นต้น

ถ้าไม่มีสมาธิ จิตฟุ้งซ่านก็จะกลับมาคิดเรื่องงานอีก (พนักงานดีเด่นได้อีก :D)

ระหว่างนั้นก็จะไม่เช็คมือถือเรื่องงาน โดยบอกว่าถ้าเรื่องสำคัญจริง จะมีคนโทรมาบอกเอง (ก็จริง…)

ผมและน้องๆที่ฟังอยู่ก็รู้สึกว่า ถ้าระดับท่านผู้จัดการโรงงานยังทำได้ เราก็น่าจะทำได้เหมือนกัน (ใช่มั้ย เด็กๆ)

สรุป เป็นแบบพุืทธง่ายๆว่า ฝึกให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน (be present)

จบ. ^__^