[คุยแบบชัชๆ] #003: คุณกรรณิการ์ จรัสอุไรสิน

interview cover pic_003

ถ้าพูดถึงบริษัทอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ น้อยคนที่จะไม่รู้จักสินค้าจากบริษัท Proctor & Gamble (P&G) วันนี้ผมได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหารคนเก่ง คุณกรรณิการ์ จรัสอุไรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลักดันกิจกรรม CSR ของบริษัทจนได้รับรางวัล “องค์กร CSR เป็นเลิศ” ปี 2558 จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, รางวัล “Best Communication Campaign 2015” จากองค์การสหประชาชาติ นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา และอีกหลายรางวัล นอกจากเรื่อง CSR ที่ทำอยู่ผมยังได้คุยถึงเรื่องอื่น ๆ พร้อมขอเทคนิคในการทำงานมาฝากกันด้วย

_____________________________________________________________________________

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้

  • CSR คือเรื่องที่ฉาบฉวย?
  • ปัจจัยที่ทำให้กล้าการรับโอกาส ความรับผิดชอบใหม่ๆ แม้ไม่มีประสบการณ์ตรง
  • การวางตัวสำหรับคนทำงาน
  • 2 คำถามที่ควรถามตัวเองหากอยากทำงานในองค์กรอย่างมีความสุขได้นานๆ
  • การจัดสรรเวลาให้กับครอบครัวสำหรับสาวทำงาน

_____________________________________________________________________________

ช่วยแนะนำตัว และเส้นทางการทำงานคร่าว ๆ ให้ผู้อ่านซักนิด

พี่เกียง กรรณิการ์ จรัสอุไรสิน พี่เรียนจบคณะเภสัชฯ จุฬาฯ แล้วไปต่อปริญญาโทที่นิด้าในด้านของเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ หลังจากเรียนจบ ได้ไปทำงานที่โรงพยาบาล ในจังหวัดสระบุรี 2 ปี จึงเข้าสู่วงการยา โดยเริ่มจากการเป็นผู้แทนยา เป็น product manager ก่อนจะมาเริ่มงานกับบริษัท P&G ในตำแหน่งหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกฏระเบียบต่าง ๆ ของเครื่องสำอาง หลังจากนั้นบริษัทก็ขยายความรับผิดชอบให้ดูแลในส่วนของการทำงานร่วมกับทางขององค์การภาครัฐ ภาคเอกชน ได้ร่วมทำงานกับทางสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย และทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สร้างความร่วมมือระหว่างบริษัทกับภาคส่วนอื่น ๆ ก่อนจะได้มาดูแลในส่วนของภาพรวมขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสานต่อกิจกรรมโครงการ CSR ซึ่งบริษัทถือว่าเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่จะสร้างองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานความรับผิดชอบต่อสังคม จึงถือเป็นภารกิจและมีเป้าหมายในการดำเนินการในสามด้าน สังคม-สิ่งแวดล้อม-และเศรษฐกิจ และเพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้จักองค์กรพีแอนด์จี ความผูกพัน และให้ความเชื่อมั่น เช่นเดียวกันกับแบรนด์สินค้าภายใต้ พีแอนด์จี

พูดถึงเรื่อง CSR (Corporate Social Responsibility) หลายคนมองเป็นเรื่องของการจัดฉาก เพื่อถ่ายรูปออกสื่อ ไม่ได้สร้างผลที่ยั่งยืน อยากให้พี่เกียงอธิบายในฐานะที่ดูแลโครงการ CSR ของบริษัทนิดหนึ่งครับ

CSR ใน P&G เราไม่ได้แค่เฉพาะออกสื่ออย่างฉาบฉวย แต่ว่าเราถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ในการสร้างความเจริญเติบโต ความยั่งยืนขององค์กรของธุรกิจ ในโครงการ CSR ต่าง ๆ ล้วนมีจุดยืนในเรื่องของ touching lives, improving life ความมุ่งมั่นของการที่เราดำเนินธุรกิจ ก็เพื่อที่จะต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค ของผู้คนทั่วโลกด้วย แล้วก็ส่วนหนึ่งเรื่องของความรับผิดชอบ อย่างที่เห็นชัดในฐานะที่เราเป็นผู้ผลิต เราก็จะผลิตสินค้าที่ดีมีคุณภาพ ในขณะเดียวกัน บรรจุภัณฑ์ของสินค้าก็จะกลายเป็นภาระของชุมชน ภาระของสิ่งแวดล้อมไปด้วย เพราะฉะนั้นนอกจากในมุมมองของการที่เราจะผลิตสินค้าเพื่อป้อนตลาดแล้ว เราก็จะต้องคำนึงถึงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนด้วย การออกแบบผลิตภัณฑ์ของเราจะพยายามที่จะลดในเรื่องของ footprint ต่าง ๆ รวมถึงโครงการที่เกี่ยวข้องของ CSR ก็เป็นโครงการที่จะพยายามที่จะนำประโยชน์กลับมาสู่ชุมชน

อย่างโครงการล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปคือ โครงการสนามเด็กเล่น recycle ซึ่งทำขึ้นเพื่อที่จะมอบให้กับเด็ก ๆ กลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งคือกลุ่มเด็กพิการ พิการทางด้านร่างกาย พิการด้านสายตา หู ปัญญา สติปัญญา รวมไปถึงกลุ่มเด็กที่มีปัญหาเรื่องของการเรียนรู้ช้าด้วย หรือเด็กออทิสติก ซึ่งเป็นกลุ่มที่ P&G ให้ความสำคัญในเรื่องของการให้โอกาสการพัฒนาตั้งแต่พื้นฐาน สุขอนามัย และความเชื่อมั่นให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นได้ในสังคมอย่างเป็นปกติสุข อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่เลือกปฏิบัติ โครงการนี้เราก็จับมือร่วมกันกับอีกหลายพันธมิตร โดยที่จุดเด่นก็คือว่าเราเอาขวดแซมพูของเราที่ใช้แล้ว เป็นของเสียที่เกิดขึ้นในส่วนของโรงงาน ในส่วนของบ้านเรือน นำมาย่อย มาบด ป่น ผสมสารปรับสภาพต่างๆ สีตามมาตรฐานสากล ขึ้นเป็นเม็ดพลาสติกก่อนที่จะนำไปขึ้นรูป หล่อ เป็นชิ้นส่วนของเครื่องเล่นในสนามได้อย่างสีสันสวยงาม ตรงตามมาตรฐาน ซึ่งตรงนี้จะกระตุ้น และปลูกจิตสำนึกในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ประชาชนเข้าใจว่าขวดแชมพูพลาสติกของ P&G หรือบรรจุภัณฑ์จากอุตสาหกรรมพลาติก ไม่ใช่ขยะ สามารถที่จะกลับมา recycle แล้วสร้างประโยชน์ได้อีกหลาย ๆ ครั้ง โดยโครงการนี้เราจับมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิการจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน(3R) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ส่วนคำถามที่ว่าเป็นการสร้างภาพหรือเปล่า อย่างที่กล่าวมาข้างต้น CSR เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรพีแอนด์จี นั่นหมายถึงเราให้ความสำคัญ มีแผนงาน เป้าหมาย และการรายงานถึงความสำเร็จ ซึ่งปัจจุบัน ได้มีการก่อตั้งมูลนิธิพีแอนด์จีประเทศไทยเพื่อสังคม เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรม CSR อย่างต่อเนื่อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ และร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นหุ้นส่วนหรือ Partnership ซึ่งเป็นวิธีการทำงานของ P&G สำหรับดำเนินการโครงการ CSR ต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อเกิดพลังบวกให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ร่วมกัน 

จากประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย อะไรคือปัจจัยที่ทำให้กล้ารับโอกาสใหม่ ๆ แม้จะไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองเคยเรียน หรือมีประสบการณ์มาก่อน

พี่คิดว่าอย่างแรกคือ องค์กรที่มีส่วนช่วยสนับสนุนอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างเช่น P&G เป็นองค์กรที่ให้โอกาสพนักงานทุกคน ในเรื่องของศักยภาพ ความสามารถ รวมถึงมีทีมงานมืออาชีพที่จะช่วย ในระบบของ coaching ระบบของ training ต่าง ๆ ซึ่งทำให้เราสามารถที่จะปลดปล่อยเรื่องของศักยภาพได้เต็มที่

แล้วก็อีกอย่างหนึ่งรู้จักจุดแข็งของตัวเอง ยกตัวอย่าง พี่มีมุมมองที่แตกต่างจากคนที่ทำงานทางด้านของสื่อสารมวลชน เพราะจบมาทางด้านเภสัชศาสตร์ การที่เราจะไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ที่เขาจบสายวิทยาศาสตร์มา เราก็สามารถพูดคุยได้หมด คุยกับคุณหมอก็ได้ คุยกับวิทยาศาสตร์ก็ได้ เพราะว่าสินค้าเราก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของทางด้านวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว เราสามารถที่จะใช้ความรู้ องค์ความรู้ของเราสื่อสารพูดคุยกับคนที่เป็นทางด้านเทคนิค แล้วก็พูดคุยกับประชาชนทั่วไปได้

เมื่อไหร่ที่เราจุดแข็งของเรา บวกกับโอกาสก็คือบริษัทให้เราทำ เราก็อยากจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในหน้าที่ หรือโอกาสใหม่ที่เข้ามา แล้วขยายผลต่อยอดขึ้นไป ซึ่งปัจจัย 2 ส่วนนี้จะช่วยเติมเต็ม แล้วก็สร้างประโยชน์ได้

ด้วยตำแหน่งที่เปรียบเสมือนหน้าตาขององค์กร มีเคล็ดลับในการวางตัว หรือบุคลิกภาพแนะนำน้อง ๆ สำหรับการทำงานบ้างครับ?

ส่วนตัวพี่เกียงคิดว่าเป็นตัวของตัวเองดีที่สุด ที่ทุกวันนี้เห็นก็ของจริงทั้งในจอ นอกจอ ก็คือจะเป็นตัวของตัวเอง แล้วก็มีความสม่ำเสมอ สิ่งสำคัญคือเราไม่จำเป็นต้องเป็นแบบใคร เป็นแบบของเราเองดีที่สุด

ผมจำได้ว่าพี่ทำงานใน P&G มานานพอสมควรแล้ว           

จะครบ 17 ปีแล้วค่ะ

พี่มีเคล็ดลับในการทำงานกับองค์กรไปยาว ๆ โดยไม่ต้องย้ายองค์กรบ้างครับ

อันนี้เป็นคำถามที่ดีมาก สำหรับตัวเอง พี่จะถามตัวเอง 2 ข้อ คือ หนึ่ง งานนี้ใช่สำหรับเราหรือเปล่า? เราชอบ และเชื่อในตัวงานมั้ย งานนี้เป็นประโยชน์กับตัวเองไหม? ถ้าผ่านข้อแรก คำถามอีกข้อคือ เราสามารถที่จะหาโอกาสจากงานที่เราทำเพื่อสร้างประโยชน์สุขให้กับคนอื่นด้วยหรือเปล่า? ถ้าเราเชื่อในตัวบริษัท และตัวงานที่เรารับผิดชอบอยู่ว่าสามารถสร้างประโยชน์ให้สังคมได้ เราก็สบายใจ และอยากจะทำงานกับบริษัทนี้ไปนาน ๆ

หลังจากถามตัวเอง 2 ข้อนี้ แล้วก็ค่อยไปดูเรื่องเพื่อนร่วมงาน และวัฒนธรรมองค์กรเป็นอันดับต่อ ๆ มา แต่หลัก ๆ คิดว่าน่าจะถามตัวเอง 2 ข้อนี้ก่อน

ในฐานะที่เป็นทั้ง working woman และเป็นคุณแม่ของลูกสาวที่น่ารักอีก 3 คน พี่เกียงมีเคล็ดลับในการจัดการเวลาอย่างไร ทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัว 

พี่เน้นให้เวลาแบบมีคุณภาพมากกว่า คืออาจจะไม่ได้มีเวลาให้ลูกทุกวัน บางวันก็ยุ่ง ไม่ได้คุยกับลูก แต่ต้องคิดว่าเฉลี่ยต่อเดือน หรือเฉลี่ยต่ออาทิตย์ เราต้องทำอะไรอยู่ด้วยกัน เฉลี่ยต่อเดือนต้องมีกิจกรรมร่วมกันบ้าง

คำถามข้อสุดท้าย ถ้าสมมติพี่เกียงนั่ง time machine กลับไปเจอตัวเองตอนที่เพิ่งเรียนจบใหม่ ๆ พี่อยากจะบอกอะไรกับตัวเอง

พี่ใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ไม่ค่อยดูตัวเองย้อนหลัง สิ่งที่ผ่านมา มันคือประสบการณ์ที่เราสะสมมา แล้วพี่ก็มีความสุข พอใจกับประสบการณ์ที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะตัดสินใจถูก หรือตัดสินใจผิดพลาดอะไร พี่ไม่ได้รู้สึกว่าพี่อยากจะย้อนเวลาไป ก็คงบอกตัวเองว่าต้องกล้าหาญกับสิ่งที่ต้องทำ เพราะพี่มีความสุขกับสิ่งเหล่านั้นที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดี เรื่องร้าย ก็ถือว่าเป็นบทเรียนให้เราแข็งแกร่งขึ้นด้วย

____________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • [คุยแบบชัชๆ] #001: อ.ธงชัย โรจน์กังสดาล

    เพื่อเป็นการขอบคุณผู้อ่านที่สนใจติดตาม blog เล็กๆของผม ผมก็พยายามหาวิธีขอบคุณด้วยการเพิ่มคุณค่าแบบต่างๆให้กับ blog นี้ ตอนนี้ในหัวมีหลายเรื่องอย่างที่อยากทำ หนึ่งในนั้นคือการเปิดช่วงใหม่ [คุยแบบชัชๆ] ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์คนที่น่าสนใจจากสายอาชีพต่างๆ โดยเน้นนำเสนอมุมมอง และเทคนิคการประยุกต์ใช้กับการทำงานของหนุ่มสาวยุคใหม่ เหมือนการเรียนลัดจากประสบการณ์ตรง สำหรับแขกรับเชิญคนแรก อ.ธงชัย โรจน์กังสดาล ซึ่งแม้จะเป็นอาจารย์ที่คณะวิศวะที่ผมเรียน แต่ผมกลับรู้จักอาจารย์ครั้งแรกจากเรื่องการฝึกโยนลูกบอล 3 ลูก (juggling) ซึ่งดูแปลกตาสำหรับอาจารย์สอนภาควิศวะคอมพิวเตอร์ อ่านแล้วมีคำแนะนำ ติชม เพื่อพัฒนาตอนต่อๆไปให้ดีขึ้น เชิญที่ comment ด้านล่าง ขอบคุณครับ  _____________________________________________________________________________ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ ความหมายของนวัตกรรมที่ไม่จำกัดอยู่แค่นักวิจัย 5 ทักษะของนวัตกร และวิธีการประยุกต์ใช้ 3 เทคนิคการนำเสนอจาก TED Talk  ทำอย่างไรถ้าหา passion ในการทำงานไม่เจอ _____________________________________________________________________________

  • [คุยแบบชัชๆ] #005: Magali Simon

    คนเก่งหรือ Talents เป็นทรัพยากรสำคัญที่ทุกองค์กรพยายามสร้างและรักษาไว้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่านิยาม Talents และคุณสมบัติที่องค์กรข้ามชาติใหญ่ ๆ มองหาคืออะไร เพื่อที่คุณจะได้ปรับไปพัฒนาตัวเองต่อได้ วันนี้ผมได้รับเกียรติ [คุยแบบชัชๆ] คุณ Magali Simon ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท BASF บริษัทผลิตเคมีภัณฑ์ชั้นนำของโลก ปัจจุบันคุณ Magali ดำรงตำแหน่ง Vice President Talent Development, Learning and perspectives รับผิดชอบการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะ และศักยภาพพนักงานของบริษัทจำนวนกว่า 17,000 คน ในเอเชียแปซิฟิก บทสัมภาษณ์นี้ ผมแปลจากภาษาอังกฤษเพราะไม่อยากให้คนไทยที่อาจไม่ถนัดภาษาอังกฤษพลาดโอกาสสัมผัสมุมมองจากผู้บริหารต่างชาติ ถ้าอ่านแล้วสะดุด สำนวนไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร ผมก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ (มือใหม่หัดแปล) _____________________________________________________________________________ สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ วัฒนธรรมการโค้ชกับโลกธุรกิจ นิยามของ Talents ในมุมมองขององค์กรข้ามชาติ สิ่งที่มองหาในตัว Talents เทคนิคการพูดให้คนอื่นฟังในองค์กรขนาดใหญ่ การรักษาทัศนคติบวกเวลาประสบปัญหาหรืออุปสรรค 1 อย่างที่แนะนำให้คนเอเชียรุ่นใหม่ที่ทำงานในองค์กรข้ามชาติ _____________________________________________________________________________

  • [คุยแบบชัชๆ] #009: Lisa Frommhold

    [คุยแบบชัชๆ] Special ครั้งนี้ ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณ Lisa Frommhold, Global CEO for One Month 2018, The Adecco Group ในช่วงเวลาที่เธอมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อร่วมงาน The Adecco Group Global CEO Meets with Future Leaders in Thailand วันที่ 18 ตุลาคม 2561 เพื่อให้สะดวกกับการชม ผมแบ่งคลิปการสัมภาษณ์ออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรก จะเป็นการทำความรู้จักคุณ Lisa และโครงการ Global CEO for One Month ของ The Adecco Group ช่วงที่สอง ผมชวนคุยถึงปัจจัยที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถอย่างเธออยากร่วมงานด้วย พร้อมทั้งลักษณะของผู้นำที่ดี ช่วงที่สาม คุณ Lisa ฝากคำแนะนำในเรื่องของการทำงาน และ…

  • อย่าพลาดแบบนี้นะน้องๆ Gen Y

    สัปดาห์ที่ผ่านมาได้คุยกับเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของน้องๆ Gen Y เกี่ยวกับการทำงานที่ฟังแล้วเสียดายแทนโอกาสในอนาคต เลยเก็บมาเล่าเป็นข้อคิดให้ลองคิดดูนะครับ ตัวอย่างที่ 1 น้องฝึกงานจบ พี่ HR โทรไปขอบคุณ และสรุปผลการประเมิน ซึ่งน้องคนนี้ทำไม่ได้ดีเท่าไหร่ ก่อนวางสาย พี่ HR บอกว่าขอให้ feedback น้องได้มั้ย? ปรากฏว่าน้องวางสายใส่เลย…   ตัวอย่างที่ 2 ผู้จัดการนัดผู้สมัครมาสัมภาษณ์งาน

  • |

    การสัมภาษณ์งาน ในมุมของผู้สัมภาษณ์

    เห็นมาเยอะแล้วกับคำแนะนำ และเทคนิคต่างๆเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งานสำหรับผู้ที่กำลังมองหางานอยู่ วันนี้ผมมาเล่าให้ฟังในมุมของผู้สัมภาษณ์บ้าง ผู้สัมภาษณ์หลายคนอาจไม่รู้ตัวถึงความสำคัญของตัวเองในการสัมภาษณ์ โดยเฉพาะปัจจุบันที่หัวหน้างานมีส่วนในการสัมภาษณ์งานมากขึ้น จากเดิมที่ส่วนใหญ่จะให้ฝ่ายบุคคลจัดการตั้งแต่ลงประกาศหางาน จนOn-boarding ก่อนส่งเข้าแผนกให้หัวหน้างาน ผมจะอธิบายเป็น 2 ส่วน คือ ความสำคัญของการสัมภาษณ์งานต่อบริษัท และต่อตัวผู้สัมภาษณ์ และ สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ควรทำ สำหรับเรื่องความสำคัญของการสัมภาษณ์งานต่อบริษัท คนส่วนใหญ่จะเข้าใจแค่หาคนมาเติมในส่วนที่ขาด (คนลาออก) กับเติมในส่วนที่เพิ่ม (ธุรกิจขยายตัว)   แต่จริงๆแล้วการสัมภาษณ์เพื่อให้ได้คนที่เหมาะสม ไม่ใช่สักแต่ว่าได้คนเป็นกระบวนการที่สำคัญมาก(ถึงมากที่สุด) และผู้บริหารสูงสุดขององค์กรควรให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของการสัมภาษณ์และกระบวนการรับพนักงานใหม่ทั้งหมด   เพราะว่าคุณภาพขององค์กร = คุณภาพของพนักงาน   ถ้าคนที่เข้ามาไม่ใช่คนที่เหมาะ ทั้งพนักงานใหม่ และบริษัทก็จะเสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเสียเวลา ทรัพยากรต่างที่ลงทุนไป เสียขวัญของพนักงานปัจจุบัน และสุดท้ายก็ส่งผลถึงผลงานของบริษัทในที่สุด   สำหรับผู้สัมภาษณ์ ถามว่าจะได้อะไรจากการเสียเวลามาสัมภาษณ์?   นอกจากจะได้คนเพิ่มในองค์กร หรือแผนกตัวเองแล้ว  ผมมองว่าการสัมภาษณ์ทำให้เราได้… ทักษะในการอ่านคน จากคำถาม และเวลาที่มีจำกัด ซึ่งยิ่งมีประสบการณ์สัมภาษณ์มากขึ้น เราจะยิ่งเข้าใจสิ่งที่แฝงอยู่ในคำพูด หรือท่าทางที่อาจขัดแย้งกับสิ่งที่พูด เข้าใจคุณค่า(value) หรือสิ่งที่บริษัทมองหาในตัวพนักงานมากขึ้น เนื่องจากเราเป็นคนถือเกณฑ์ เราจะเข้าใจมากขึ้นว่าสิ่งที่บริษัทมองหาคืออะไร ซึ่งสามารถใช้ในการประเมินตัวเองได้ด้วยว่าเราใกล้เคียงมากน้อยแค่ไหน…

  • [Mentor แบบชัชๆ] เทคนิคหาเวลาให้ตัวเองสำหรับคนไม่มีเวลา

    Mentor Profile: APAC Lead, Global Consulting Firm Me: ตั้งแต่ Work From Home ช่วงโควิด ผมรู้สึกว่าตารางเต็มไปด้วย meeting back to back ไม่มีเวลาพักสั้นๆ เหมือนเมื่อก่อนที่มีเวลาเดินทางไปหาลูกค้า หรืออย่างน้อยก็เดินเปลี่ยนห้องประชุม Mentor: ผมก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกันครับ Me: พี่มีเทคนิคอะไรแนะนำมั้ยครับ ผมว่าตัวเองไม่สามารถทำงานแบบนี้ได้ยาวๆ อย่างมีประสิทธิภาพ Mentor: อย่างแรกที่ผมทำคือการ block เวลาให้ตัวเอง ทั้งเพื่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และเวลาสำหรับ deep work Me: พี่ช่วยขยายความหน่อยครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *