[Mentor แบบชัชๆ] ความสำคัญของการช่วยเพื่อนร่วมงาน

[Mentor Profile] Senior Vice President, Global HR Consulting

Me: คุณทำงานที่บริษัทมานานเท่าไหร่แล้วนะครับ

Mentor: ก็ 22 ปีกว่าแล้วครับ

Me: โห นานทีเดียว พอจะแบ่งปันเทคนิค หรือเคล็ดลับที่ทำให้คุณก้าวหน้ามาถึงจุดนี้ได้มั้ยครับ ถ้าสามารถระบุเป็นพฤติกรรมที่คุณทำ และคิดว่าเป็นปัจจัยในการเติบโตในการทำงานจะเยี่ยมเลย

Mentor: คำถามน่าสนใจมากครับ ขอนึกแป๊บนึง ผมว่ามี 3 เรื่องหลัก ๆ ที่ผมทำและเชื่อว่าทำให้ผมประสบความสำเร็จ ถึงทุกวันนี้

Me: เรื่องอะไรบ้างครับ?

[Mentor แบบชัชๆ] วิธีเปลี่ยนคนที่ไม่ยอมเปลี่ยน

I don't want to listen anymore

[Mentor Profile] Strategic Change Program Manager, Global Container Shipping Company

Me: คุณ lead change program มาหลายเป็นสิบปีจนเชี่ยวชาญ คงมีประสบการณ์เจอคนที่ไม่ยอมเปลี่ยนบ้างใช่มั้ยครับ?

Mentor: มีแน่นอนอยู่แล้ว

Me: ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยครับ ว่าเป็นยังไงและจัดการคนกลุ่มนี้อย่างไร?

Mentor: เอาตัวอย่างจริงล่าสุดนี่เลย โครงการที่กำลังทำอยู่ มีพนักงานอาวุโสท่านหนึ่ง อายุน่าจะ 50 ขึ้น ตอนที่ roll out change program ในที่ประชุม ก็ดู commit ดีไม่มีคำถาม หลังจากเริ่ม project ไป 2-3 เดือน เริ่มได้ยินคนมาบอกว่า นอกจากไม่ยอมเปลี่ยนแปลงกับระบบใหม่ตามที่ตกลงแล้ว เธอยังโวยวาย หาข้อผิดระบบใหม่แทบทุกวัน นั่นก็ไม่ดี นี่ก็ไม่ work ทำให้กำลังใจของทีมที่ตั้งใจเริ่มตก

Me: แล้วคุณทำยังไงต่อครับ

[Mentor แบบชัชๆ] มองวิกฤตเป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

[Mentor Profile] Senior Vice President and Board Member, Leadership Development and Internal Consulting

Me: องค์กรคุณได้รับผลกระทบเรื่องการปรับลดคน จากสภาพเศรษฐกิจช่วงปีนี้มั้ยครับ

Mentor: ก็ไม่เชิงนะ ทีมผมเพิ่งมีคนลาออกไปหนึ่งคน เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ผมไม่มัปัญหาต้องลดคน แต่ผมเลือกที่จะไม่หาคนมาแทนเอง

Me: แล้วในทีมไม่บ่นเหรอครับ

Mentor: ก็มีบ่นเป็นปกติแหละ แต่เราต้องแยกให้ออกว่าระหว่างส่วนของอารมณ์ กับตัวเนื้องานจริง ๆ ในส่วนของอารมณ์ ผมเข้าใจว่าทีมก็ต้องมีบ่น หรือไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลในช่วงแรกเป็นธรรมดา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ 4 ขั้นของการเปลี่ยนแปลง (4 Phases of transition: Denial > Resistance > Exploration > Commitment)

สิ่งที่ผมทำคือ รับฟัง เข้าใจ และท้าทายให้ทีมตั้งคำถามกับขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้มีประสิทธิภาพมาขึ้น โดยให้จำนวนคนเท่าเดิม ส่วนตัวเนื้องานผมก็ดูเรื่องการกระจายงานในทีม ไม่ใช่หนักที่คนไดคนหนึ่งจนทำไม่ไหว และขณะเดียวกันผมก็ต้องดึงงานขึ้นมาช่วยทีมทำด้วย

ตอนนี้ผ่านมา 3 เดือน งานก็ยังเดินได้ ระบบงานไหนที่ซับซ้อน ไม่เกิดคุณค่าก็ตัดออก แม้ยังไม่ถึงกับ commit เต็มที่ แต่ในทีมก็ช่วยกันหาวิธีทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะไม่อย่างนั้นงานจะท่วมตัวเอง

Me: แล้วเงินที่เหลือจากการลดจำนวนคนเอาไปทำอะไรเหรอครับ

[Mentor แบบชัชๆ] คุณสมบัติสำคัญที่ผู้นำส่วนใหญ่ขาด

[Mentor Profile] Head of HR Asia Pacific ดูแลพนักงานมากกว่า 15,000 คน

Me: คุณคิดว่าคุณสมบัติอะไรของผู้นำที่สำคัญมาก แต่ผู้นำส่วนใหญ่ขาดอยู่ครับ

Mentor: กล้าตัดสินใจ และกล้ามี tough conversation

Me: ช่วยขยายความหน่อยครับ

Mentor: ปัญหาขององค์กรปัจจุบันมากกว่า 90% มาจากผู้นำ องค์กรจะเดินไปข้างหน้าช้ามาก หรือไม่ไปไหนเลย ถ้าผู้นำไม่กล้าตัดสินใจ บางคนนั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ตัดสินใจเลย บางคนทราบปัญหาแล้วก็ส่งต่อให้ผู้บริหารระดับสูงกว่าตัดสินใจ ผมมองว่าสาเหตุหลักมาจาก 2 เรื่อง คือ กลัวตัดสินใจผิด กับไม่กล้าสื่อสารการตัดสินใจ หรือมี tough conversation กับทีม

Me: น่าสนใจมาก

Mentor: หน้าที่ของผู้นำ และผู้บริหารคาดหวังคือ การตัดสินใจ ถ้าคุณไม่ตัดสินใจ คุณก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของผู้นำ และเมื่อคุณตัดสินใจแล้ว แม้การตัดสินใจนั้นจะเป็นข่าวร้ายกับคนในทีม เช่น การปรับองค์กร แล้วต้องให้พนักงานออก แต่การหลบเลี่ยง ไม่กล้ามี tough conversation จะยิ่งส่งผลกับในแง่ลบกับตัวผู้นำ และองค์กร

Me: หมายความว่า ผู้นำไม่ควรมีอารมณ์ยึดติด (attached emotion) กับพนักงานรึเปล่าครับ

Mentor: ตรงกันข้ามเลย ถ้าคุณไม่รู้สึกอะไรเลยกับการบอกข่าวร้าย หรือให้พนักงานออก คุณไม่ใช่ผู้นำที่ดี จนถึงทุกวันนี้ ผมก็ยังไม่เคยชิน และเสียใจทุกครั้ง ที่ต้องบอกข่าวร้าย แต่นี่คือหน้าที่ของผม สิ่งที่ผมทำได้คือ ให้ feedback ตรง ๆ ด้วยความหวังดี และให้เกียรติพนักงานทุกคน

Me: ขอบคุณครับ

ถ้าคุณไม่รู้สึกอะไรเลยกับการบอกข่าวร้ายกับพนักงาน คุณไม่ใช่ผู้นำที่ดี


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

[Mentor แบบชัชๆ] เคล็ดลับในการได้ job offer โดยไม่ต้องใช้ resume

[Mentor Profile] Global HR Director, อายุ 40 ต้น ๆ ประสบการณ์ทำงานใน  5 บริษัทใน 4 ประเทศ  

Mentor: คุณรู้รึเปล่าว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้ offer งานดี ๆ และเปลี่ยนงานทั้งในบริษัท และย้ายไปบริษัทอื่นโดยไม่ได้ใช้ resume เลย

Me: โห คุณทำได้ยังไงครับ?

Mentor: เคล็ดลับอยู่ที่ผลงานของคุณ ทุกอย่างที่คุณส่งออกไป ไม่ว่าจะเป็นอีเมล หรือไฟล์ต่าง ๆ เช่น PowerPoint presentation หรือไฟล์ Excel ที่เป็นผลงานที่มีชื่อคุณ คุณต้องทำให้ดีที่สุดเสมือนเป็นตัวแทนคุณ

Me: ทำไมเหรอครับ?

Mentor: คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอีเมล หรือไฟล์งานที่คุณส่งออกไปนั้น จะถูก forward ไปหาใครต่อ หรือ ใครจะได้อ่าน คุณรู้มั้ยว่าผมรู้เลยว่า Excel ไฟล์ไหนที่ทำให้ผมได้งานในอีกประเทศ ผมถึงตั้งใจ 120% ทุกครั้งก่อนส่งไฟล์ออกไปในชื่อของเรา ถ้าสิ่งที่เราทำดีมากพอ จะมีคนสังเกต ตามหาเจ้าของไฟล์ และชวนไปคุยงานที่ต้องการความสามารถของเรา

Me: ขอบคุณครับ

คุณไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอีเมล หรือไฟล์งานที่คุณส่งออกไปนั้น จะถูก forward ไปหาใครต่อ หรือ ใครจะได้อ่าน เพราะฉะนั้น เช็คให้ดีก่อนจะส่งไฟล์ต่าง ๆ ออกไป เพราะนั้นอาจเป็นไฟล์ที่ทำให้คุณได้งานต่อไปก็ได้


ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามโดนๆ มาช่วยกระตุ้นพลังการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe