คนเบื้องหลัง

ช่วงเดือนที่ผ่านมาได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการจัดงานใหญ่ของบริษัท2งานติดกัน

ทำให้เห็นมุมมองของงานในอีกแบบนึง

จากที่ปกติเป็นคนเข้าร่วมงาน ถึงเวลาก็มา ทำกิจกรรมเฉยๆ ไม่ต้องเตรียมอะไรมาก

ได้รู้สิ่งที่คนมาร่วมงานไม่มีทางรู้เลยว่าที่มา หรือ รายละเอียดแต่ละเรื่องต้องผ่านการคุย การแก้ มาไม่รู้กี่รอบ แม้สุดท้ายจะไม่ได้ใช้เลยก็ตาม…

ก่อนหน้านี้คิดว่าตัวเองเข้าใจคนที่เตรียมงาน อยู่เบื้องหลังพอสมควรเพราะก็เคยทำกิจกรรม เป็นคนเตรียมงานแบบนี้มาบ้างตอนเรียน

แต่พอได้ทำงานที่มีความคาดหวัง และแรงกดดันที่พลาดไม่ได้

ความเครียดและความกังวลก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

ผมเชื่อว่าสุดท้ายคนที่เตรียมงานทุกคน หวังว่าเตรียมงานเหนื่อยแค่ไหนไม่เป็นไร ขอให้งานออกมาราบรื่น และดีทึ่สุด

ก็พอใจแล้ว

.

ดังนั้นถ้าคุณได้มีโอกาสไปร่วมงานไหนแล้ว เกิดข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ไม่ราบรื่นบ้าง

ก็ช่วยใจเย็นๆนิดนึง

เพราะไม่ว่าจะเตรียมงานมาดีแค่ไหน วันจริงมักจะมีตัวแปรที่คาดไม่ถึงเข้ามาให้ตกใจเล่นอยู่เสมอ

ไม่มีใครอยากให้งานสะดุดหรอก

.

จากเรื่องนี้ทำให้รู้ว่า การพยายามเข้าใจคนอื่นโดยการเอาใจมาใส่ใจเรา (put yourself in other’s shoes)

ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะเข้าใจเค้าได้ทั้งหมด

จนกว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์นั้นเอง

.

คงเหมือนที่หลายๆคนที่พูดเหมือนกันหลังจากมีลูกใหม่ๆสินะ

ว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าการเป็นพ่อ/แม่คนมีความลำบากแค่ไหน

และรักท่านเพิ่มจากเดิมไม่รู้เท่าไหร่… :)

(โยงไปได้นะเรา :P)

Similar Posts

  • |

    Commitment

    วันนี้มีโอกาสได้ให้หัวหน้าโค้ชให้เรื่องทำอย่างไรถึงจะพัฒนาจากหัวหน้าที่ดีเป็นหัวหน้าที่ยอดเยี่ยม… สิ่งหนึ่งที่หัวหน้าย้ำว่าสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือเรื่องของ commitment หรือคือการรักษาคำสัญญาที่ให้ไว้กับคนอื่น (โดยเฉพาะหัวหน้า) สำหรับผู้บริหารสูงๆนั้น ไม่มีคำแก้ตัวสำหรับคนที่ไม่สามารถทำได้ตามที่สัญญาไว้ ไม่มีเลย… ตัวอย่างที่หัวหน้ายกมาประกอบก็ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่เห็นภาพสุดๆ… เป็นเรื่องของ A.G. Lafley CEO ของ P&G ที่บอกกับผู้ถือหุ้นที่ Wallstreet ว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก (two digits)หรือมากกว่า 10% ทุกปีติดต่อกันสิบปี… 6-7 ปีที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำได้อย่างที่พูด คือ มียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 10% ทุกปี จนกระทั่งปีนี้… ด้วยวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงมากในปีนี้ ทำให้ A.G. ออกมากับตลาดหุ้นว่าปีนี้จะขยายตัวเป็นตัวเลขหลักเดียว หรือ น้อยกว่า 10% ซึ่งในสภาพตลาดซบเซา กำลังซื้อหดตัวแบบนี้ แค่การขายให้ได้มากกว่าปีที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องที่สุดยอดแล้ว แถมเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นสุดๆ แต่… ทันทีที่ประกาศออกไป หุ้น P&G ร่วงมากว่า $20 ทันที แม้ว่าในปีนี้บริษัทจะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นสูงว่าหลายๆปีที่ผ่านมาก็ตาม เพราะอะไร… เพราะบริษัทไม่สามารถทำตามที่พูดได้ ฉันใดก็ฉันนั้น… เราก็ต้องฝึกที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่ได้รับปากกับคนอื่นไว้เหมือนกัน ขอสรุปด้วยคำพูดของหัวหน้าเกี่ยวกับความคาดหวังของการรักษาสิ่งที่สัญญาไว้ อาจจะไม่ตรง…

  • ประเมินผลงานตัวเองในปี 2020

    ปี 2020 นี้เรามี COVID-19 เป็นวิกฤตหลักที่ส่งผลกับคนทั้งโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถ้ามองกลับไปมองว่า theme ของปีนี้สำหรับตัวผมที่เห็นว่าโดดเด่นมากที่สุด คงเป็นเรื่อง Rethink ทั้งด้านการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน และอนาคตที่ยากที่จะคาดเดา Rethink เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า Rethink ข้อจำกัดต่างๆ ที่เราเคยคิดว่าทำไม่ได้ หรือเป็นไปไม่ได้ Rethink เพื่อมองหาโอกาสในอนาคตเพื่ออยู่รอดและเติบโต รูปที่ผมเลือกมาเป็นตัวแทนของปี 2020 เป็นตัวแทนการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปที่เห็นชัดที่สุด คือการใส่หน้ากากเพื่อป้องกันการแพร่ของ COVID-19 และฝุ่น PM2.5 ในเวลาเดียวกัน เพื่อไปประชุมกับลูกค้า ถือว่าเป็นปีที่ทั้งสุขอนามัยส่วนบุคคล และการเว้นระยะทางสังคมกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราตลอดปี สำหรับการประเมินชีวิตตัวเองในด้านต่างๆ เทียบกับปีที่ผ่านมา สรุปได้ดังนี้ สุขภาพร่างกาย (B) 1 pt down vs Year Ago (YA) ปีนี้น้ำหนักตัวที่ลดไปปีที่แล้วค่อยๆ กลับมาในช่วง Work From Home มาถึงปลายปีน้ำหนักยังสูงกว่าปลายปีที่แล้วอยู่กิโลนิดๆ แม้จะชดเชยด้วยการกระโดดเชือกก็ยังรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงลดลงเทียบกับปีที่ผ่านมา ช่วงสิ้นปีเริ่มกลับมาวิ่งก็รู้สึกเหนื่อยเร็ว และหัวใจเต้น Zone 3…

  • |

    เก็บตกงาน Give&Take ครั้งที่ 8: THAI Story

    “ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ” อ.ไชยยศ ปั้นสกุลไชย กล่าวต้อนรับผู้ชมสู่งานทอล์คการกุศล Give&Take ครั้งที่ 8 ในหัวข้อ THAI Story เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (9 กุมภาพันธ์) งานนี้ต้องบอกว่าคุ้มจริงๆเพราะนอกจากได้มุมมอง แง่คิด จากวิทยากรหลากหลายอาชีพ แล้วรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดยังได้ร่วมสมทบทุน มูลนิธิพระดาบส ทอล์คการกุศลนี้ ได้ 20 วิทยากร โดย 10 ท่านเป็นลูกศิษย์ อ.ไชยยศ และอีก 10 ท่านเป็นวิทยากรชั้นนำจากหลากหลายอาชีพ โดยแต่ละท่านมีเวลาเพียง 15 นาที ในการนำเสนอ ซึ่งสำหรับวิทยากรส่วนใหญ่ที่มักจะบรรยายทีละหลายๆชั่วโมง ถือเป็นเรื่องท้าทายทีเดียวเลยที่จะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในเวลาที่จำกัดแบบนี้ ทุกท่านล้วนมีมุมมองนำเสนอที่น่าสนใจ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างบางท่าน มาเป็นตัวอย่าง อ.สวยศ ด่านบรรพต มาในชุดโปรกอล์ฟ พร้อมเทคนิคในการเรียนรู้ทุกอย่างผ่าน G.O.L.F. G: Guru เรียนรู้จากกูรู หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ ซึ่งอาจเป็นคน หรือหนังสือ หรือแม้กระทั่งอินเทอร์เน็ต หรือ YouTube ก็เป็นครูเราได้ O:…

  • |

    ข้อคิดก่อนเปลี่ยนงานใหม่

      ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีปีใหม่ไทยทุกท่านก่อน หวังว่าคงสนุกกันตามสมควรอย่างปลอดภัยนะครับ วันนี้จะมาเล่าข้อคิดเรื่องของการเปลี่ยนงานใหม่ ซึ่งได้บอกกับน้องสาวตัวเองก่อนจะไปทำงานที่สิงคโปร์ เห็นว่ามีประโยชน์เลยมาเขียนแบ่งปันเพื่อน ๆ ด้วย ………………………………………………………… ส่วนตัวผมเห็นเพื่อนๆน้องๆที่เพิ่งจบมาใหม่หลายคนเปลี่ยนงานเป็นว่าเล่นในช่วงแรกๆของการทำงาน เหตุผลก็จะวน ๆ อยู่ว่า ไม่ชอบ, ไม่ใช่, ไกล, งาน/ปัญหาเยอะ, ไม่มีเพื่อน, งานใหม่น่าจะเหมาะกว่า, งานใหม่เงินเดือนดีกว่า ฯลฯ ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะเป็นสิทธิ์ของเรา ยิ่งหลายคนจบเกรดดี ๆ profileสวยๆ ใคร ๆ ก็อยากได้ตัว แม้บางครั้งก็แอบแปลกใจเวลาที่เห็นคนเปลี่ยนในเดือน หรือแม้แต่อาทิตย์แรกของการทำงาน (อะไรมันจะขนาดน้าน…) ผมมีสิ่งที่อยากให้คิดซักนิดก่อนที่จะเปลี่ยนงานใหม่ เพื่อจะได้ไม่ต้องมาเสียดายทีหลัง ดังนี้ ถ้าจะเปลี่ยนงานเพราะไม่ชอบ,ไม่ใช่ ให้แน่ใจว่าเราให้เวลากับตัวเอง และพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว อย่าคาดหวังว่างานจะเหมือนกับสิ่งที่เรียนมา แม้จะทำงานตรงสายก็ตาม เรายังต้องทำความเข้าใจกับระบบ วิธีการทำงานของแต่ละบริษัทซึ่งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า2-3เดือน (เป็นอย่างน้อย) สำหรับบริษัทใหญ่  ถ้าสุดท้ายเราทั้งพยายามและให้เวลาปรับตัวแล้วยังไม่ใช่ เราก็จะตอบตัวเองได้อย่างสบายใจภายหลังว่างานนี้มันไม่เหมาะกับเราจริง ๆ ถ้าจะเปลี่ยนงานเพราะไกล (เออ…แล้วตอนสมัครไม่รู้เหรอครับว่าไกล) ผมรู้จักหลายคนที่จำกัดตัวเองเวลาหางานว่าต้องเป็นออฟฟิตในกรุงเทพฯ ไม่เปิดโอกาสให้ตัวเอง สำหรับงานต่างหวัด หรือต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้นบางคนระบุเลยว่าต้องเป็นบริษัทในแนวรถไฟฟ้าเท่านั้น! ก็อยากให้คิดนิดนึงว่าเราปิดโอกาสตัวเองมากไปรึปล่าว…

  • เสียงของความคิด

    ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลย แถมเดี๋ยวตกเดี๋ยวหยุดได้ทั้งวัน เลยไม่มีโอกาสได้วิ่งตอนเย็นรอบซอยเหมือนเดือนก่อนๆ อาทิตย์ที่ผ่านมาได้วิ่งแค่วันเดียวเอง ระหว่างที่วิ่งๆไปก็เกิดได้ยินเสียงนกร้อง วินาทีนั้นก็เกิดคำถามขึ้นกับตัวเองว่าปกติก็ใช้เวลาวิ่งครั้งละ 40-50 นาที แต่ทำไมกลับไม่ได้ยินหรือสังเกตเสียงธรรมชาติรอบๆตัวเลย… แล้วก็ได้คำตอบว่า… เพราะเสียงของความคิดมันกลบเสียงทุกอย่างรอบตัวไปหมด วิ่งก็วิ่งอยู่คนเดียว ไม่ได้คุยกับใคร แต่ความคิดก็ไม่ได้หยุดคิด คิดจนไม่ได้ยินเสียงรอบตัว ไม่เพียงแค่นั้น ความคิดทำให้เราไม่มีสติอยู่กับตัวอีก ปล่อยให้เท้าวิ่งไปเหมือน auto-pilot (นึกกลับไปสมัยฝึกเดินจงกรม ที่ต้องพยายามให้จิตอยู่กับปัจจุบัน พยายามให้รู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรอยู่) อ่านหนังสือมาก็เยอะ รู้ก็รู้ว่า ความคิดแบบคิดฟุ้งซ่านนั้นเป็นศัตรูกับ ความรู้สึกตัว หรือ สติ ซึ่งตัวเองก็ตั้งใจจะพยายามเจริญสติให้มากขึ้น สรุปว่าวันนั้นเป็นการวิ่งที่มีประโยชน์มาก เพราะทำให้เตือนสติให้ระวังใจไม่ให้ติดอยู่ในความคิด รู้เท่าทันความคิด แล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าผลเป็นอย่างไรบ้าง… ^__^

  • |

    ดูงาน Social Enterprise ในสิงคโปร์

      ว่ากันว่า คนที่ทำธุรกิจธรรมดาว่ายากแล้ว ทำธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ยิ่งยากใหญ่ เมื่อวานผมมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Singapore Insights: Social Innovation and Enterprise จัดโดย Singapore International Foundation ทำให้มีโอกาสได้ทั้งฟังเปิดโลกทัศน์ตัวเอง กับคนที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจะเปลี่ยนแปลงสังคมในขอบเขตที่ทำได้ ได้ฟังตัวอย่างของ Social Enterprise อย่าง Yellow Ribbon Project กับ Joan Bowen Cafe  แล้วนั่งรถไปดูงาน organic farm ของบริษัท Comcrop ต่อที่ตึก *Scape แถว Orchard ปิดท้ายด้วยการไปร่วมงาน Young Social Entrepreneurs (YSE) programme reception ซึ่งมีการประกาศผล 10 ทีมที่ชนะและได้ไปต่อจาก 37 ทีม ถือว่าเป็นวันที่ได้สนุกกับการเรียนรู้ และรู้จักคนที่น่าสนใจไปพร้อมกัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *