จำเป็นต้องมีผู้จัดการมั้ย? (Do Managers Matter?)

 

เคยสงสัยมั้ยว่าทำไมต้องมีหัวหน้า ผู้จัดการ ผู้บริหาร ในองค์กร?

แล้วถ้าไม่มีผู้จัดการล่ะ องค์กรจะประสบความสำเร็จได้มั้ย?

ถ้าคุณสงสัยเรื่องนี้ คุณก็ใจตรงกันกับผู้บริหารของ Google สมัยต้นปี 2000

ผู้บริหารของ Google ตั้งคำถามว่า ผู้จัดการมีความจำเป็นหรือมีนัยยะสำคัญกับการประสบความสำเร็จขององค์กรมั้ย?

Do managers matter?

 

พื่อตอบคำถามนี้ HR จึงตั้ง Project Oxygen และใช้เวลาเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลอีกหลายปี ก่อนจะสรุปว่า…

ผู้จัดการยังมีความจำเป็นต่อองค์กร (ผู้จัดการปาดเหงื่อ)

คำถามต่อไปเมื่อรู้ว่าผู้จัดการยังมีความสำคัญ คือ บริษัทจะสร้างผู้จัดการที่ยอดเยี่ยม (Great Manager) ได้อย่างไร ซึ่งเป็นที่มาของการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ทั้งการสำรวจเก็บข้อมูล การให้และรับ Feedback การอบรม รวมถึงระบบการให้รางวัล เพื่อช่วยพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำของผู้จัดการ และผู้บริหารใน Google

แน่นอนว่า Google ไม่ได้มองเพียงการพัฒนา หรือการอบรมธรรมดา ๆ แต่ใช้การวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเป็นจุดแข็งขององค์กรในการสกัดหาพฤติกรรมของผู้จัดการที่ยอดเยี่ยม (Great Manager) เพื่อการพัฒนาได้อย่างเป็นรูปธรรม จับต้องได้

ผลที่ได้คือ “Oxygen 8” หรือพฤติกรรม 8 อย่างที่ มีในผู้จัดการที่ยอดเยี่ยม ประกอบด้วย

  1. เป็นโค้ชที่ดี (Coach)
  2. ให้อำนาจการตัดสินใจกับทีม (Empower) และไม่จู้จี้จุกจิก (Micromanage)
  3. แสดงความสนใจ เอาใจใส่ ชีวิตความเป็นอยู่ และความสำเร็จของทีม (Express interest/concern)
  4. ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์ (Productive and results-oriented)
  5. เป็นนักสื่อสารที่ดี รับฟังและแบ่งปันข้อมูล (Good communicator)
  6. ช่วยพัฒนาทักษะในการทำงานของทีม (Career development)
  7. มีวิสัยทัศน์ และกลยุทธ์ที่ชัดเจนสำหรับทีม (Clear vision and strategy)
  8. มีทักษะงานเฉพาะที่สำคัญ (Key technical skills) สามารถให้คำแนะนำกับทีมได้

ที่ผมชอบมากคือในแต่ละพฤติกรรม จะมีตัวอย่างที่ชัดเจนว่า อะไรคือสิ่งที่คาดหวังในแต่ละพฤติกรรม รวมถึง Best practice ซึ่งได้ข้อมูลจากผู้จัดการที่ได้รางวัล Great Manager Award ของบริษัท ซึ่งถือว่าเป็น role model ในแต่ละพฤติกรรม

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้จัดการสามารถเปลี่ยน หรือพัฒนาพฤติกรรมได้ง่ายขึ้น เพราะรู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง

ทั้งระบบการ feedback ผู้จัดการ และการอบรมพัฒนาต่าง ๆ ก็เชื่อมโยง สอดคล้องกับ 8 พฤติกรรมนี้อีกด้วย

หลายปีผ่านไปหลังจากที่ได้นำระบบต่าง ๆ ที่ Project Oxygen แนะนำมาใช้ ผลชี้วัดต่าง ๆ บอกว่าผู้จัดการพัฒนา 8 พฤติกรรมนี้ และพนักงานในทีมก็รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน สรุปว่า Project Oxygen นี้ประสบความสำเร็จในการสร้างผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างสูง โจทย์ใหม่ที่ Larry Page ทิ้งไว้ให้ทีม HR คิดต่อคือ

Google ต้องการสร้างผู้นำที่โลกต้องการ การที่มีผู้จัดการที่ยอดเยี่ยมนั้นดี แต่ยังดีไม่พอ เราจะสร้างสุดยอดผู้จัดการ (amazing managers) ได้อย่างไร?

 

อ้างอิงจาก Harvard Business School Article, Google’s Project Oxygen: Do Managers Matter?
________________________________________________________________________________

ถ้าชอบบทความนี้ คุณอาจจะสนใจ Monday’s Spark with Chutchapol.com ซึ่งผมคัดไอเดียเจ๋งๆ คำถามสั้นๆ ที่จะช่วยกระตุ้นพลังในการทำงานทุกเช้าวันจันทร์

Click Here to Subscribe

Similar Posts

  • |

    30 second MBA

    ช่วงนี้งานเข้าติดกัน ทำให้ยังไม่สามารถปลีกตัวมาเขียนได้บ่อยๆเหมือนเดิม… ต้องขออภัยแฟนๆที่ติดตามและถามว่าเมื่อไหร่จะอัพเดตblog ซะที มา ณ ที่นี้ด้วย… _________________________ วันนี้ไปเจอเวปที่น่าสนใจเกี่ยวกับการบริหาร ของ FastCompany ชื่อว่า 30 second MBA เหมาะสำหรับคนที่เวลาเป็นสิ่งมีค่าอย่างพวกเรา เพราะแต่ละคลิปแค่ 30 วินาทีเท่านั้น โดยแต่ละ่อาทิตย์จะมีโจทย์คำถามเกี่ยวกับการบริหารต่างๆ แล้วให้ CEO บริษัทต่างๆมาตอบภายใน 30 วินาที วันละคน เพราะฉะนั้น ก็มีแต่เนื้อๆ น้ำไม่เกี่ยว ถ้าสนใจก็คลิ้กดูที่รูปได้เลยครับ…

  • |

    Compensation Package กับ แฟนคนอื่น

      เคยมั้ยที่รู้สึกว่าคนอื่นดีกว่าแฟนเรา?… คนนั้นก็น่ารัก (หล่อ) กว่า, เอาใจเก่งกว่า, หรือนิสัยดี อบอุ่นกว่าแฟนเรา…(แฟนรู้คงโมโห/งอนแย่ ^^”) ผมเคยได้ยินเพื่อนๆบอกว่าไม่รู้ทำไมรู้สึกว่าแฟนคนอื่นดีกว่าแฟนของเรา ตอนที่ฟังก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่คิดว่า ดีจังที่ไม่รู้สึกแบบนั้น… … วันนี้ระหว่างฟังบริษัทอธิบายเรื่องของ วิธีคิด compensation and benefit package เพื่อเทียบกับบริษัทอื่นเพลินๆก็นึกถึงเรื่องแฟนคนอื่นดีกว่าขึ้นมา

  • ถ้าคิดว่าแน่ อย่านับแพ้เด็กป.4

    มีแบบฝึกหัดง่าย ๆ มาให้ลองเล่นกันคลายเครียดกัน ลองดูคลิปข้างล่างนี้ และนับจำนวนที่คนในเสื้อสีขาวส่งต่อลูกบอลให้เพื่อน ว่ามีทั้งหมดกี่ครั้ง? ถ้าคิดว่าง่าย ลองนับให้ถูกต้องแต่ครั้งแรกนะครับ [youtube id=”IGQmdoK_ZfY”]

  • |

    การประเมินผลงานประจำปีควรเทียบกับอะไร?

    “การประเมินผลงานจะให้เทียบกับอะไร ถ้าไม่ใช่เป้าหมาย?” ผมตอบไปอย่างไม่ลังเลกับคำถามที่หัวหน้าเปิดประเด็นมา “จริงเหรอ?” คำตอบสั้นๆ ของหัวหน้าทำให้ผมลังเล แล้วหัวหน้าแชร์และแลกเปลี่ยนความเห็นกันเรื่องการประเมินผลงาน ซึ่งทำให้ผมมองเห็นอีกมุมของงานวัดผลงานเทียบกับเป้าหมายที่ตั้ง ซึ่งผมเชื่อว่าองค์กรส่วนใหญ่ก็ใช้วิธีนี้ ถามว่าจุดอ่อนของการประเมินผลเทียบกับเป้าหมายคืออะไร? สมมติง่ายๆ เช่น ปีที่แล้วนาย ช. ทำยอดขายได้ 100 บาท ปีนี้บริษัทต้องการโต 15% เลยกำหนดเป็นเป้าหมายให้ นาย ช. ขายให้ได้ 115 บาท แต่จบปี นาย ช. ขายได้ 112 บาท ถ้าประเมินผลเทียบกับเป้าหมาย แน่นอนว่า นาย ช. ทำไม่ได้ดีตามความคาดหวัง ซึ่งอาจจะกระทบกับเงินเดือนที่จะขึ้น การเลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น ถามว่า นาย ช. ไม่เก่งใช่มั้ย? ถามว่า บริษัทจะกระตุ้น (motivate) นาย ช. ที่ผิดหวังจากการพยายามทำงานเต็มที่จนดีกว่าปีที่แล้ว 12% แต่ยังต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไร? ถามว่า เป้าหมายนี้ใครตั้ง? ผู้จัดการ?…

  • (จะ)เอาความมั่นใจมาจากไหน?

    เคยสังเกตมั้ยครับว่าคนที่มีความมั่นใจ มักจะได้เปรียบในสถานการณ์ต่างๆ มากกว่าคนที่ไม่มั่นใจ ความมั่นใจนี้อาจแบ่งได้ทั้งความมั่นใจในตัวเอง ความมั่นใจในงาน หรือความมั่นใจในเรื่องต่างๆ เฉพาะด้าน ถ้าถามคนที่มั่นใจว่าทำอย่างไร หลายคนอาจตอบว่าเพราะมีความรู้ความสามารถในเรื่องนั้นถึงมั่นใจ หรือมีประสบการณ์ถึงมั่นใจ หลายคนคิดว่าปัญหาของคนที่ขาดความมั่นใจคือขาดประสบการณ์กับความสามารถ ซึ่งเหมือนจะเกิดขึ้นเฉพาะน้องๆ ที่เพิ่งเริ่มทำงานเท่านั้น แต่ความจริง คือ ต่อให้ให้คุณประสบความสำเร็จ หรือมีประสบการณ์อย่างมากในเรื่องใด เรื่องหนึ่ง ถ้าคุณเริ่มทำสิ่งที่คุณไม่เคยทำ ไม่มีความรู้ คุณก็จะไม่มีความมั่นใจในเรื่องนั้น ผมได้ฟังคุณ Dan Sullivan ซึ่งเป็น strategic coach ชื่อดังแนะนำวิธีการสร้างความมั่นใจ หรือ Confidence ด้วยแนวคิด The 4 C’s 1. Commitment

  • แชร์ความคิดของเศรษฐีที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

    **Disclosure: บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)** เวลาได้ยินคำว่า เศรษฐี คุณนึกถึงอะไร? หลายคนนึกถึงคนมีบ้านหลังใหญ่ ขับรถสปอร์ต ใช้ของแบรนด์เนม อยากซื้ออะไรก็รูดบัตรเครดิตซื้อได้โดยไม่ต้องกังวล ดูเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาไม่ใช่น้อย คนส่วนใหญ่ถึงพยายาม หาวิธีเป็นเศรษฐี หรืออย่างน้อยก็ขอให้มี lifestyle บางส่วนเหมือนเศรษฐีไว้โชว์เพื่อน ๆ บนโลกโซเชียลบ้างก็ยังดี บางคนยอมเป็นหนี้บัตรเครดิตเพื่อผ่อนซื้อของราคาแพงมาอวดคนอื่น ซึ่งไม่ใช่หนทางของเศรษฐี ถ้าคุณอยากเป็นเศรษฐีตัวจริง คุณต้องมองผ่านวัตถุภายนอก ให้ถึงวิธีคิดแบบเศรษฐี ซึ่งเป็นที่มาของรายได้ และทรัพย์สินที่เรามองเห็น จากที่ผมรู้จักกับเศรษฐี และอ่านหนังสือชีวประวัติของมหาเศรษฐีมาไม่น้อยจนเริ่มเห็นรูปแบบ จึงขอแชร์ความคิดของเศรษฐี 3 เรื่องที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน 1. เป็นผู้ให้ คุณอาจจะเถียงว่า “เป็นเศรษฐี ก็ให้ได้สิ รอให้ฉันเป็นเศรษฐีก่อน ฉันก็จะให้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันไม่พร้อม ขอเก็บให้ตัวเองก่อน” แม้อาจฟังดูตลก แต่การเป็นผู้ให้คือหนึ่งในเคล็ดลับของเศรษฐี เพราะเมื่อคุณให้ แสดงว่าคุณมี เพราะถ้าไม่มีก็ให้ไม่ได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *